Rommantek ขอบคุณเรื่องราวที่ดีในชีวิต จนมาเป็นบล็อกเกอร์บทความ ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด

This content shows Simple View

น่ารู้ทั่วไป

ข้าวไทย 10 สายพันธุ์ดี

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในประเทศไทย พบว่าวัฒนธรรมการปลูกข้าวมีมาช้านานกว่า 5,000 ปี โดยการพบเมล็ดข้าวในเถ้าถ่านของดินและรอยแกลบบนเครื่องปั้นดินเผาในยุคต่าง ๆ เช่น ยุคบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี, บ้านโคก จังหวัดขอนแก่น และถ้ำปุงฮุง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอายุไล่เลี่ยเฉลี่ยประมาณ 3,000-3,500 ปี ก่อนคริสต์กาล จากหลักฐานภาพเขียนบนผนังถ้ำหรือผนังหิน ที่ผาหมอนน้อน ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี เป็นภาพการปลูกธัญพืช ภาพควายในแปลงพืช มีลักษณะเหมือนข้าว เป็นต้น สำหรับข้าวที่ปลูกในประเทศไทยมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า แตกต่างกันไปตามพื้นที่เพาะปลูก สำหรับข้าวพันธุ์ดีที่นิยมบริโภคและจัดเป็นพืชเศรษฐกิจ 10 อันดับที่น่าสนใจ ได้แก่

  1. ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ตั้งชื่อตามแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกทางภาคอีสานที่เรียกว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” เมล็ดข้าวมีลักษณะเรียวยาว ข้าวสีแล้วจะมีลักษณะเป็นมันเลื่อมจมูกข้าวเล็ก หุงแล้วจะมีกลิ่นหอมนุ่ม
  2. ข้าวหอมมะลิ 105 มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย แหล่งกำเนิดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรับปรุงพันธุ์มาจากข้าวขาวดอกมะลิ ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมือง มีกลิ่นหอม ชวนให้รับประทาน
  3. ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองคุณภาพดีของอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่ต้นรัชสมัยรัตนโกสินทร์ หุงขึ้นหม้อ ไม่บูดง่าย สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นและขนมต่าง ๆ ได้
  4. ข้าวมันปู เป็นข้าวที่ชาวจีนเรียกว่า ข้าวแดง ลักษณะเยื่อหุ้มเปลือกข้าวเป็นสีแดงแบบสีมันปู จัดเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีไขมันสูงกว่าข้าวขัดสีประมาณสองเท่า อุดมไปด้วยสารเคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอให้กับร่างกายสูง เมื่อหุงสุกเนื้อข้าวจะเป็นสีชมพูอ่อน มีกลิ่นหอม เมล็ดนุ่มสวย ไม่แฉะ
  5. ข้าวไรซ์เบอร์รี ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์โดย รศ.ดร.อภิชาติ และทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล และข้าวขาวดอกมะลิ 105 สีม่วงเข้ม มีกลิ่นหอม เหนียวนุ่ม อุดมไปด้วยวิตามิน B รวม ที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ ช่วยการป้องกันโรคเบาหวาน
  6. ข้าวกล้องงอก สีนิล มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวกล้องงอกสายพันธุ์อื่น ๆ โดยอุดมไปด้วยกาบา วิตามิน B1 และวิตามิน 2 ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอกได้
  7. ข้าวสังข์หยด มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดพัทลุง เมล็ดเล็ก เรียว ท้ายงอน เยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีแดงถึงแดงเข้ม เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวจะนุ่ม และจับตัวกันคล้ายข้าวเหนียว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงโลหิต และป้องกันโรคความจำเสื่อมได้เป็นอย่างดี
  8. ข้าวหอมนิล เป็นข้าวที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะอุดมไปด้วย โปรตีนและ วิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินอี วิตามินบี ธาตุเหล็ก และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย และมีใยอาหารสูง
  9. ข้าวเหนียวดำ รสชาติอร่อยกรุบกรอบ มีสรรพคุณในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดได้ สารเคมีบางชนิดในข้าวเหนียวดำช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงที่บริเวณลำไส้เล็ก ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น
  10. ข้าวขาว สินธุ์เหล็ก ถูกพัฒนาโดยนักวิจัยข้าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กำแพงแสน มีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะธาตุเหล็ก มีปริมาณน้ำตาลต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำตาลสะสมในร่างกาย

ข้าวเป็นธัญพืชสำคัญที่มนุษย์ใช้บริโภคเป็นอาหารมานานกว่า ทั้งพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและลูกผสมกว่า 120,000 สายพันธุ์ทั่วโลก ข้าวไทยคือหนึ่งในความมหัศจรรย์นั้น และยังมีเรื่องน่ารู้ของข้าวไทยอีกมากมายที่ชวนให้เราค้นหา ในทุกคำที่เราเคี้ยวกลืนลงไป คือคุณค่าและความลึกซึ้งจากวัฒนธรรมข้าวไทยที่มีมานานกว่า 5,000 ปีเลยทีเดียว



ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ในปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน มีภาวะวิตกกังวล คิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ง่าย

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหานี้ มาฝากกันดังนี้

1. การฝึกสมาธิและสติ

การฝึกสมาธิและสติจะช่วยให้รู้ทันความคิดของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีต หรือคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตมากเกินไป การมีสติให้อยู่กับตัวเอง รู้ถึงปัจจุบันขณะ จะทำให้ลดความคิดวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ได้มาก ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

2. การเขียนสิ่งที่คิดเป็นตัวอักษร

เป็นเทคนิคที่ช่วยในการระบายความเครียด ความกดดัน หรือทำให้คุณหลุดพ้นจากวังวนความคิดต่าง ๆ ที่มักจะทำให้คุณรู้สึกกลุ้มใจและวิตกกังวลซ้ำ ๆ การเขียนทุกครั้ง จะเท่ากับให้คุณได้ปลดปล่อยตัวเอง แล้วก็ได้ทบทวนกับตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น นักเขียนหลายคนมาจากการเขียนระบายความคิดต่าง ๆ ลงกระดาษ แล้วต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้ด้วย

3. การมีช่วงเวลาพักผ่อนสมอง

ตัวอย่างที่สำคัญ คือ การหางานอดิเรกทำ เช่น เล่นเกม อ่านหนังสือนิยาย หรือ การไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ตีแบดมินตัน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งในสวนสาธารณะ จะทำให้สมองได้ว่างมากขึ้น คุณจะรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้หยุดคิดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ได้ ที่สำคัญ ในระหว่างการพัก ระบบฮอร์โมนและสารเคมีในสมองก็จะทำการปรับเปลี่ยนสมดุลได้ดียิ่งขึ้นด้วย

4. การให้กำลังใจตัวเอง

หลายคนที่คิดวิตกกังวลหรือคิดมาก เพราะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวว่าหากตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะถูกคนอื่นตำหนิ หรือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งที่จริงแล้วการผิดพลาดคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ชีวิตที่ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลความผิดพลาดมากเกินไปจนไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า

5. อ่านประวัติผู้ที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อลองอ่านประวัตินักธุรกิจหรือคนที่สำเร็จในสายอาชีพ จะพบว่าเขาเหล่านั้นล้วนผ่านการคิดและตัดสินใจมานับครั้งไม่ถ้วนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งถูกและผิด แต่การมุ่งมั่นทำสิ่งที่รักและมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เป็นสิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปและสำเร็จได้ในที่สุด จะทำให้คุณมีความกล้าคิดตัดสินใจมากขึ้น และลดความคิดวิตกกังวลได้

หวังว่าเทคนิคการจัดการกับอาการคิดมากที่นำเสนอไปข้างต้นนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เพียงปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพิ่มการออกกำลังกาย พบปะผู้คนให้มากขึ้น จะทำให้คุณลดอาการคิดมากได้เร็วขึ้น

เทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหา



ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

การทำพินัยกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากและซับซ้อนอย่างที่คิด สำหรับทางกฎหมายหรือทนายนั้นมีการสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการแสดงเจตจำนงในการทำพินัยกรรมสามารถทำได้เลย เนื่องจากการที่ไม่ยอมลงมือทำหรือสื่อสารออกมาก็ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจะนำมาซึ่งความยุ่งยากภายหลังอีกหลายประการได้

การทำพินัยกรรมคือ

คำสั่งสุดท้ายซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ทำพินัยกรรมเพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายโดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 1646 – 1648)

การทำพินัยกรรมคือการที่ผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาทหรือผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามกฎหมาย การทำพินัยกรรมนั้นเป็นการวางแผนเพื่ออนาคตของทั้งผู้ทำและผู้รับเป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำไว้เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง การทำพินัยกรรมสามารถทำได้โดยง่ายเพียงปรึกษาทนายความที่สามารถให้คำปรึกษาแล้วสามารถทำได้เลย

กรณีที่เจ้าของมรดกไม่ได้ทำพินัยกรรม ทายาทที่มีสิทธิ์ได้รับมีลำดับดังนี้

1.ลูก หลาน เหลน โหลน ลื้อ
2.บิดามารดา
3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4.พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน
5.ปู่ย่าตายาย
6.ลุงป้าน้าอา

พินัยกรรมมี 5 ประเภทดังนี้

1.พินัยกรรมแบบธรรมดา

พินัยกรรมประเภทนี้จะต้องมีวัน เดือน ปีในขณะที่ทำด้วยได้ ในรูปแบบนี้ผู้ทำไม่ต้องทำเอง สามารถสั่งให้ผู้อื่นทำ รูปแบบนี้จะมีลักษณะเป็นรูปเล่ม มีพยานอย่างน้อย 2 คน อยู่พร้อมกันขณะนั้น พยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง หากมีการลบหรือการขูดไว้ทุกแห่งที่มีร่องรอยการแก้ไข

2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

พินัยกรรมประเภทนี้ผู้ทำจะทำการเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ รายละเอียดจะต้องมีวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม มีการลงรายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมโดยไม่ต้องมีพยาน หากมีการแก้ไข ผู้ทำจะต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ในจุดที่แก้ไขทุกแห่ง

3.พินัยกรรมทำเป็นเอกสารเมือง

พินัยกรรมประเภทนี้จะทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรืออำเภอเป็นผู้ดำเนินการ มีผู้ทำพินัยกรรมและมีพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ โดยทำการเก็บไว้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอนั้น ๆ

4.พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

พินัยกรรมฉบับนี้ผู้ทำสามารถทำเป็นหนังสือ เขียนหรือพิมพ์เองได้ หรืออาจจะให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้ โดยมีการลงลายมือชื่อในพินัยกรรม มีการปิดผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อตามรอยผนึกนั้นด้วย จากนั้นจะนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นายอำเภอและมีพยานในที่นั้น 2 คน นายอำเภอจะทำการประทับตรา พยานและนายอำเภอจะทำการลงลายมือชื่อพร้อมกัน ถือว่าสมบูรณ์

5.พินัยกรรมทำด้วยวาจา

ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องมีกรณีที่เป็นพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้ตามรูปแบบการทำพินัยกรรมถือเป็นกรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นกรณีที่มีความเจ็บป่วยอาการสาหัส เกิดภาวะสงคราม เจ็บป่วยใกล้ตายเท่านั้นกรณีนี้จะอาศัยพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน

การทำพินัยกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ ต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเวลาที่สามารถทำได้ เพราะหากมีการเตรียมการไว้จะได้ไม่เสียใจในภายหลังสำหรับผู้ที่ยังอยู่จะได้ง่ายต่อการจัดการดูแลต่อไป ดีกว่าที่จะเป็นเพียงความตั้งใจที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจนอาจก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ในภายหลัง

การทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาท




top