• เคล็ดลับทำความสะอาดพรมแบบประหยัด ไม่ใช่มืออาชีพก็ทำได้
    น่ารู้ทั่วไป

    เคล็ดลับทำความสะอาดพรมแบบประหยัด ไม่ใช่มืออาชีพก็ทำได้

    พรมเป็นวัสดุปูพื้นที่ใช้ประโยชน์ในด้านการตกแต่งบ้านและออฟฟิศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและดูหรูหรา รวมทั้งใช้พรมผืนเล็กแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยโดยไม่จำเป็นต้องสร้างผนังกั้นห้อง ข้อเสียคือพรมดักจับไรฝุ่น สิ่งสกปรก แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ แต่ถ้าทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่มีอาการหอบหืด โรคภูมิแพ้ หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานก็ยิ่งสะสมทั้งคราบและกลิ่น อาจมีเชื้อราจากความชื้นด้วย เมื่อสูดดมเข้าไปทุกวัน จะเกิดปัญหาสุขภาพแน่นอน การทำความสะอาดเป็นประจำจึงสำคัญมาก เคล็ดลับการทำความสะอาดพรมด้วยตัวเองด้วยฝีมือระดับมืออาชีพและใช้เวลาน้อยที่เรานำมาฝากกัน มีดังนี้ 1.ดูดฝุ่นบ่อย ๆ พรมปูพื้นที่ใช้แบ่งแยกพื้นที่ มักจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก จึงยกออกมาทำความสะอาดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ วิธีการทำความสะอาดควรเริ่มจากการดูดฝุ่นเพื่อดึงเอาเศษดิน ฝุ่นผง และสิ่งสกปรกชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เปรียบเสมือนใบมีดเล็ก ๆ คม ๆ ที่ถูกเหยียบย่ำไปมาทำลายเส้นด้ายให้ขาดลุ่ย เครื่องดูดฝุ่นจะดูดเอาสิ่งสกปรกและเศษฝอยต่าง ๆ เข้าไปอยู่ในถุงขยะ ถ้าลงทุนซื้อเครื่องดูดฝุ่นคุณภาพ มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาใช้งานง่าย จะทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้บ่อย แนะนำให้ดูดฝุ่นสัปดาห์ละสองครั้ง หรือนานที่สุดคือสัปดาห์ละครั้ง ดูดฝุ่นช้า ๆ กลับไปกลับมาเพื่อให้แน่ใจว่ากำจัดสิ่งสกปรกออกได้มากที่สุด ควรเปลี่ยนหรือล้างตัวกรองในเครื่องดูดฝุ่นทุก 3 เดือน เปลี่ยนถุงขยะเมื่อเต็ม 3 ใน 4 แล้ว 2.ขจัดรอยเปื้อน รอยเปื้อนสกปรกทำให้เกิดรอยหมองคล้ำบนผืนพรมจนดูหมองกว่าส่วนอื่น ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบสกปรกออกให้มากที่สุด ทีมงานผู้เชี่ยวชาญมีเครื่องมือพิเศษมากมายทำความสะอาดพรม รวมถึงการใช้แสง UV ฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่น แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างแพง ลองมองหาอุปกรณ์ทำความสะอาดด้วยไอน้ำและน้ำยาทำความสะอาดพรมตามร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านหรือร้านค้าออนไลน์ 3.อย่าใช้สารเคมีอันตราย ถ้าไม่แน่ใจว่าจะล้างออกมาได้หมดจด ให้เลือกใช้น้ำส้มสายชูและน้ำโซดา เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ใช้ทำความสะอาดคราบเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยใช้ปริมาณเล็กน้อยเทบนพรมบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ 15 วินาที ใช้ผ้าซับออกเพื่อให้คราบฝังแน่นจางลงและดูดติดผ้าขึ้นมา ไม่ควรขยี้หรือขัดซึ่งจะทำให้เส้นใยพรมเสียหาย ไม่ควรทำให้พรมเปียกมากเกินไป เพราะพรมเปียกใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะแห้งและถ้าไม่แห้งสนิทจะเกิดเชื้อราได้ 4.กำจัดกลิ่นพรมด้วยน้ำส้มสายชู กลิ่นพรมสกปรกเป็นเรื่องรบกวนใจไปตลอด มักมีสาเหตุจากเศษอาหาร ดินโคลน และเชื้อราที่ติดฝังแน่นกับผืนพรมซึ่งจะก่อมลพิษในอากาศ แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยวิธีง่าย ๆ โดยใช้น้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชู จะเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยดด้วยก็ได้ ผสมให้เข้ากันแล้วกรอกใส่ขวดสเปรย์ฉีดให้ทั่วพรมปล่อยให้แห้งสนิท ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกเหนือจากการทำความสะอาดเฉพาะจุดตามความจำเป็นแล้ว ถ้าพรมเป็นผืนใหญ่ราคาแพง ควรให้ทีมงานมืออาชีพทำความสะอาดปีละครั้ง แต่ถ้าเป็นผืนเล็กผืนน้อย หากใช้วิธีข้างต้นก็ถือว่าใช้ได้และประหยัดด้วย ช่วยถนอมพรมให้อยู่ในสภาพดีไปนาน ๆ

    Comments Off on เคล็ดลับทำความสะอาดพรมแบบประหยัด ไม่ใช่มืออาชีพก็ทำได้
  • เรื่องควรรู้เพื่อดูแลสุนัขอย่างมีคุณภาพ
    น่ารู้ทั่วไป

    เรื่องควรรู้เพื่อดูแลสุนัขอย่างมีคุณภาพ

    สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนทั่วโลกนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ถือว่ามีความใกล้ชิดผูกพันกับเจ้าของ หากเลี้ยงอย่างถูกหลักการ ใส่ใจในทุกรายละเอียด ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่กับครอบครัวของคุณไปได้ยาวนานเกือบยี่สิบปี เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการดูแลสุนัขมีอะไรบ้าง 1. การให้วัคซีนสุนัข หลังจากสุนัขเกิดประมาณ 1-2 เดือน ต้องพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ ซึ่งจะเริ่มให้วัคซีนเข็มแรกได้แล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องไปตามกำหนดเวลาเพื่อรับวัคซีนเสริมภูมิต้านทานป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบ โรคพยาธิต่าง ๆ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังต้องพาไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปีด้วย 2. การเลือกอาหารสุนัข ไม่ควรให้อาหารที่คนเรากินในชีวิตประจำวัน เพราะมักมีปริมาณแป้ง น้ำตาลและความเค็มที่สูงเกินไป จะทำให้สุนัขป่วยเป็นโรคอ้วน โรคความดัน และโรคไต เจ้าของจึงควรเลือกสูตรอาหารสุนัขที่เหมาะสม ซึ่งมีการวิจัยเพื่อปรับปรุงรสชาติและคำนวณสัดส่วนสารอาหารมาแล้ว เช่น อาหารสุนัขตามสายพันธุ์ หรือแบ่งตามอายุ ต้องคำนึงเสมอว่าเมื่อให้สารอาหารที่เหมาะสม จะส่งผลต่อพัฒนาการทางการเรียนรู้และช่วยให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ยาวนาน 3. การสร้างวินัย เจ้าของสามารถสอนคำสั่งง่าย ๆ ให้สุนัขเข้าใจได้ เช่น สวัสดี หยุด ไม่ ฯลฯ เพื่อช่วยในการควบคุมสุนัข นอกจากนี้ยังต้องสร้างวินัย เช่น เวลากินอาหาร ต้องกำหนดเวลาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หากสุนัขไม่กินหลังจากวางชามอาหารนานเกิน 15 นาที ก็ต้องเก็บขึ้น จะทำให้สุนัขเรียนรู้ว่าต้องกินอาหารเป็นเวลา และจะดีต่อระบบขับถ่ายที่เป็นกิจวัตรสม่ำเสมอด้วย 4. การกำจัดเห็บหมัด สุนัขมักได้รับพยาธิจากเห็บหมัดที่อยู่ในบริเวณที่นอนหรือดินหญ้าใกล้ที่เลี้ยงดู เจ้าของจึงต้องพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจโรคพยาธิเป็นระยะและใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดทำความสะอาดตัวสุนัขและภายในบริเวณบ้านอยู่เสมอ 5. การทำหมันสุนัข เจ้าของสามารถนำสุนัขไปทำหมันได้อย่างปลอดภัยเมื่อมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งทำได้ทั้งกับสุนัขเพศผู้และเพศเมีย หลังจากนั้น เพียงดูแลทำความสะอาดแผลไม่ให้ติดเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถเลี้ยงดูตามปกติได้ การทำหมันมีข้อดีหลายอย่าง นอกจากช่วยควบคุมประชากรแล้ว ยังป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิดในสุนัขเมื่ออายุมากขึ้นได้ด้วย เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น จะเห็นได้ว่า การดูแลสุนัขอย่างมีคุณภาพนั้นต้องใส่ใจองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งเรื่องอาหารการทำความสะอาดตัวสุนัขและที่อยู่อาศัย การฉีดวัคซีน การทำหมัน ฯลฯ ดังนั้นก่อนการเลี้ยงสุนัข ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และเลือกสายพันธุ์สุนัขที่เหมาะกับตัวคุณ เพื่อให้การเลี้ยงดูสุนัขมีคุณภาพมากที่สุด

    Comments Off on เรื่องควรรู้เพื่อดูแลสุนัขอย่างมีคุณภาพ
  • ข้าวไทย 10 สายพันธุ์ดี
    น่ารู้ทั่วไป

    ข้าวไทย 10 สายพันธุ์ดี

    จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในประเทศไทย พบว่าวัฒนธรรมการปลูกข้าวมีมาช้านานกว่า 5,000 ปี โดยการพบเมล็ดข้าวในเถ้าถ่านของดินและรอยแกลบบนเครื่องปั้นดินเผาในยุคต่าง ๆ เช่น ยุคบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี, บ้านโคก จังหวัดขอนแก่น และถ้ำปุงฮุง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอายุไล่เลี่ยเฉลี่ยประมาณ 3,000-3,500 ปี ก่อนคริสต์กาล จากหลักฐานภาพเขียนบนผนังถ้ำหรือผนังหิน ที่ผาหมอนน้อน ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี เป็นภาพการปลูกธัญพืช ภาพควายในแปลงพืช มีลักษณะเหมือนข้าว เป็นต้น สำหรับข้าวที่ปลูกในประเทศไทยมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า แตกต่างกันไปตามพื้นที่เพาะปลูก สำหรับข้าวพันธุ์ดีที่นิยมบริโภคและจัดเป็นพืชเศรษฐกิจ 10 อันดับที่น่าสนใจ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ตั้งชื่อตามแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกทางภาคอีสานที่เรียกว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” เมล็ดข้าวมีลักษณะเรียวยาว ข้าวสีแล้วจะมีลักษณะเป็นมันเลื่อมจมูกข้าวเล็ก หุงแล้วจะมีกลิ่นหอมนุ่ม ข้าวหอมมะลิ 105 มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย แหล่งกำเนิดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรับปรุงพันธุ์มาจากข้าวขาวดอกมะลิ ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมือง มีกลิ่นหอม ชวนให้รับประทาน ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองคุณภาพดีของอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่ต้นรัชสมัยรัตนโกสินทร์ หุงขึ้นหม้อ ไม่บูดง่าย สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นและขนมต่าง ๆ ได้ ข้าวมันปู เป็นข้าวที่ชาวจีนเรียกว่า ข้าวแดง ลักษณะเยื่อหุ้มเปลือกข้าวเป็นสีแดงแบบสีมันปู จัดเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีไขมันสูงกว่าข้าวขัดสีประมาณสองเท่า อุดมไปด้วยสารเคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอให้กับร่างกายสูง เมื่อหุงสุกเนื้อข้าวจะเป็นสีชมพูอ่อน มีกลิ่นหอม เมล็ดนุ่มสวย ไม่แฉะ ข้าวไรซ์เบอร์รี ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์โดย รศ.ดร.อภิชาติ และทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล และข้าวขาวดอกมะลิ 105 สีม่วงเข้ม มีกลิ่นหอม เหนียวนุ่ม อุดมไปด้วยวิตามิน B รวม ที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ ช่วยการป้องกันโรคเบาหวาน ข้าวกล้องงอก สีนิล มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวกล้องงอกสายพันธุ์อื่น ๆ โดยอุดมไปด้วยกาบา วิตามิน B1 และวิตามิน 2 ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอกได้ ข้าวสังข์หยด มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดพัทลุง เมล็ดเล็ก เรียว ท้ายงอน เยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีแดงถึงแดงเข้ม เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวจะนุ่ม และจับตัวกันคล้ายข้าวเหนียว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส…

    Comments Off on ข้าวไทย 10 สายพันธุ์ดี
  • น่ารู้ทั่วไป

    ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

    ในปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน มีภาวะวิตกกังวล คิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ง่าย เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหานี้ มาฝากกันดังนี้ 1. การฝึกสมาธิและสติ การฝึกสมาธิและสติจะช่วยให้รู้ทันความคิดของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีต หรือคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตมากเกินไป การมีสติให้อยู่กับตัวเอง รู้ถึงปัจจุบันขณะ จะทำให้ลดความคิดวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ได้มาก ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น 2. การเขียนสิ่งที่คิดเป็นตัวอักษร เป็นเทคนิคที่ช่วยในการระบายความเครียด ความกดดัน หรือทำให้คุณหลุดพ้นจากวังวนความคิดต่าง ๆ ที่มักจะทำให้คุณรู้สึกกลุ้มใจและวิตกกังวลซ้ำ ๆ การเขียนทุกครั้ง จะเท่ากับให้คุณได้ปลดปล่อยตัวเอง แล้วก็ได้ทบทวนกับตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น นักเขียนหลายคนมาจากการเขียนระบายความคิดต่าง ๆ ลงกระดาษ แล้วต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้ด้วย 3. การมีช่วงเวลาพักผ่อนสมอง ตัวอย่างที่สำคัญ คือ การหางานอดิเรกทำ เช่น เล่นเกม อ่านหนังสือนิยาย หรือ การไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ตีแบดมินตัน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งในสวนสาธารณะ จะทำให้สมองได้ว่างมากขึ้น คุณจะรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้หยุดคิดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ได้ ที่สำคัญ ในระหว่างการพัก ระบบฮอร์โมนและสารเคมีในสมองก็จะทำการปรับเปลี่ยนสมดุลได้ดียิ่งขึ้นด้วย 4. การให้กำลังใจตัวเอง หลายคนที่คิดวิตกกังวลหรือคิดมาก เพราะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวว่าหากตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะถูกคนอื่นตำหนิ หรือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งที่จริงแล้วการผิดพลาดคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ชีวิตที่ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลความผิดพลาดมากเกินไปจนไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า 5. อ่านประวัติผู้ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อลองอ่านประวัตินักธุรกิจหรือคนที่สำเร็จในสายอาชีพ จะพบว่าเขาเหล่านั้นล้วนผ่านการคิดและตัดสินใจมานับครั้งไม่ถ้วนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งถูกและผิด แต่การมุ่งมั่นทำสิ่งที่รักและมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เป็นสิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปและสำเร็จได้ในที่สุด จะทำให้คุณมีความกล้าคิดตัดสินใจมากขึ้น และลดความคิดวิตกกังวลได้ หวังว่าเทคนิคการจัดการกับอาการคิดมากที่นำเสนอไปข้างต้นนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เพียงปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพิ่มการออกกำลังกาย พบปะผู้คนให้มากขึ้น จะทำให้คุณลดอาการคิดมากได้เร็วขึ้น

    Comments Off on ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน
  • น่ารู้ทั่วไป

    ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

    การทำพินัยกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากและซับซ้อนอย่างที่คิด สำหรับทางกฎหมายหรือทนายนั้นมีการสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการแสดงเจตจำนงในการทำพินัยกรรมสามารถทำได้เลย เนื่องจากการที่ไม่ยอมลงมือทำหรือสื่อสารออกมาก็ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจะนำมาซึ่งความยุ่งยากภายหลังอีกหลายประการได้ การทำพินัยกรรมคือ คำสั่งสุดท้ายซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ทำพินัยกรรมเพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายโดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 1646 – 1648) การทำพินัยกรรมคือการที่ผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาทหรือผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามกฎหมาย การทำพินัยกรรมนั้นเป็นการวางแผนเพื่ออนาคตของทั้งผู้ทำและผู้รับเป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำไว้เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง การทำพินัยกรรมสามารถทำได้โดยง่ายเพียงปรึกษาทนายความที่สามารถให้คำปรึกษาแล้วสามารถทำได้เลย กรณีที่เจ้าของมรดกไม่ได้ทำพินัยกรรม ทายาทที่มีสิทธิ์ได้รับมีลำดับดังนี้ 1.ลูก หลาน เหลน โหลน ลื้อ 2.บิดามารดา 3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4.พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน 5.ปู่ย่าตายาย 6.ลุงป้าน้าอา พินัยกรรมมี 5 ประเภทดังนี้ 1.พินัยกรรมแบบธรรมดา พินัยกรรมประเภทนี้จะต้องมีวัน เดือน ปีในขณะที่ทำด้วยได้ ในรูปแบบนี้ผู้ทำไม่ต้องทำเอง สามารถสั่งให้ผู้อื่นทำ รูปแบบนี้จะมีลักษณะเป็นรูปเล่ม มีพยานอย่างน้อย 2 คน อยู่พร้อมกันขณะนั้น พยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง หากมีการลบหรือการขูดไว้ทุกแห่งที่มีร่องรอยการแก้ไข 2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ พินัยกรรมประเภทนี้ผู้ทำจะทำการเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ รายละเอียดจะต้องมีวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม มีการลงรายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมโดยไม่ต้องมีพยาน หากมีการแก้ไข ผู้ทำจะต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ในจุดที่แก้ไขทุกแห่ง 3.พินัยกรรมทำเป็นเอกสารเมือง พินัยกรรมประเภทนี้จะทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรืออำเภอเป็นผู้ดำเนินการ มีผู้ทำพินัยกรรมและมีพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ โดยทำการเก็บไว้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอนั้น ๆ 4.พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมฉบับนี้ผู้ทำสามารถทำเป็นหนังสือ เขียนหรือพิมพ์เองได้ หรืออาจจะให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้ โดยมีการลงลายมือชื่อในพินัยกรรม มีการปิดผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อตามรอยผนึกนั้นด้วย จากนั้นจะนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นายอำเภอและมีพยานในที่นั้น 2 คน นายอำเภอจะทำการประทับตรา พยานและนายอำเภอจะทำการลงลายมือชื่อพร้อมกัน ถือว่าสมบูรณ์ 5.พินัยกรรมทำด้วยวาจา ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องมีกรณีที่เป็นพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้ตามรูปแบบการทำพินัยกรรมถือเป็นกรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นกรณีที่มีความเจ็บป่วยอาการสาหัส เกิดภาวะสงคราม เจ็บป่วยใกล้ตายเท่านั้นกรณีนี้จะอาศัยพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน การทำพินัยกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ ต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเวลาที่สามารถทำได้ เพราะหากมีการเตรียมการไว้จะได้ไม่เสียใจในภายหลังสำหรับผู้ที่ยังอยู่จะได้ง่ายต่อการจัดการดูแลต่อไป ดีกว่าที่จะเป็นเพียงความตั้งใจที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจนอาจก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ในภายหลัง

    Comments Off on ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม