Rommantek ขอบคุณเรื่องราวที่ดีในชีวิต จนมาเป็นบล็อกเกอร์บทความ ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด

This content shows Simple View

วิธีจัดการเห็บหมัด

เข้าใจเรื่องเห็บหมัด และวิธีจัดการอย่างเหมาะสม

เห็บและหมัดนับว่าเป็นสัตว์กลุ่มปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิดในสุนัขและแมว ทั้งยังสร้างความรำคาญให้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง ทำให้เกิดโรคผิวหนังและเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นได้ เรามาดูกันว่าสัตวแพทย์แนะนำเรื่องการดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้มีเห็บหมัดว่าอย่างไรบ้าง

ในเบื้องต้นต้องรู้ก่อนว่าวงจรชีวิตของเห็บหมัดนั้นมีรายละเอียดต่างกัน คือ เห็บเพศเมียจะผสมพันธุ์กับเห็บเพศผู้บนตัวสุนัข โดยเห็บตัวเมียจะกินเลือดสุนัขเป็นอาหาร เมื่อมันจะวางไข่จะหลุดจากตัวสุนัข เพื่อไปวางไข่ตามพื้นหรือสนามหญ้า หลังจากนั้น ไข่ของเห็บจะฟักเป็นตัวอ่อนขนาดเล็ก แล้วเดินตามกลิ่นสุนัขเพื่อมาเกาะและดูดเลือดเป็นอาหารต่อไป

ส่วนหมัดจะมีชีวิตอยู่รอดได้เฉพาะบนตัวสุนัขและแมวเท่านั้น สามารถกระโดดข้ามไปมาระหว่างจากสัตว์ตัวที่ 1 ไปหาสัตว์ตัวที่ 2 และตัวอื่น ๆ เพื่อดูดเลือดกินเป็นอาหารได้

เห็บหมัดสามารถเป็นพาหะนำโรคต่าง ๆ ที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตของสุนัขและแมวได้ เช่น โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข โรคตับอักเสบ โรคไตวาย ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงมีอาการซึม ดูเหงาหงอย เบื่ออาหาร เป็นไข้ มีเลือดออกทางจมูก รวมถึงเป็นโรคผิวหนังแบบเรื้อรังได้ด้วย

วิธีการกำจัดเห็บและหมัดอย่างเห็นผล ได้แก่

1. สวมปลอกคอป้องกันเห็บหมัด ซึ่งถูกออกแบบมาใช้งานได้นาน 6 เดือน โดยตัวยาจะค่อย ๆ ซึมจากปลอกคอสู่ตัวสัตว์ช้า ๆ เพื่อทำให้เห็บและหมัดตาย ร่วงออกจากตัวสัตว์
2. ใช้สเปรย์กำจัดเห็บหมัดฉีดบริเวณผิวหนังที่มักถูกเกาะ เช่น หลังคอ ทุก 2-4 สัปดาห์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นตัวยาแผนปัจจุบัน และที่ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ จึงต้องเลือกที่ปลอดภัยต่อสมาชิกในครอบครัวด้วย
3. ใช้ยาหยอดหลังคอตามระยะเวลาทุก 6 เดือน มักมีขายที่คลินิกรักษาสัตว์ทั่วไป
4. ให้สุนัขกินยาฆ่าเชื้อเห็บหมัดทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน ขึ้นกับชนิดยา
5. ใช้แชมพูสูตรไล่เห็บหมัดอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำทุก 2-3 สัปดาห์ จะทำให้ลดปริมาณเห็บหมัดอย่างเห็นได้ชัด
6. ใช้แป้งโรยตัวกำจัดเห็บหมัดหลังอาบน้ำเป็นประจำ

ทั้งนี้ นอกจากการทำความสะอาดที่ตัวสัตว์แล้ว ยังต้องทำความสะอาดที่กรง พื้น สนามหญ้า สิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย โดยวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การผสมน้ำกับแชมพูสูตรกำจัดเห็บหมัดที่พื้นผิวต่าง ๆ เพื่อเป็นการกำจัดไข่และตัวอ่อนของเห็บหมัดให้ลดจำนวนลง ไม่ให้กลับมาเกิดการผสมพันธุ์และแพร่ขยายพันธุ์ได้อีก

เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านที่เลี้ยงสุนัข ได้เข้าใจวงจรชีวิตของเห็บหมัดและรู้วิธีการจัดการเห็บหมัดอย่างถูกต้องมากขึ้น เพื่อให้ทั้งสัตว์เลี้ยงและคนที่อยู่อาศัยในบ้านมีสุขภาพแข็งแรง




top