Rommantek ขอบคุณเรื่องราวที่ดีในชีวิต จนมาเป็นบล็อกเกอร์บทความ ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด

This content shows Simple View

SEO

อุปสรรคที่ขัดขวางความสำเร็จของแผน SEO

อุปสรรคที่ขัดขวางความสำเร็จของแผน SEO

ปัจจุบันการทำ SEO มีบทบาทสำคัญในการสร้างแบรนด์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เป็นที่รู้จักทั่วไป แต่ไม่ใช่ว่าจะเหมาะไปเสียทุกกรณี ถ้าเว็บไซต์มีขนาดใหญ่จะออกแบบเทมเพลตให้ใช้งานง่าย ตอบสนองรวดเร็ว และเนื้อหามีขนาดพอดีกับหน้าจอช่วยให้อ่านง่าย เพิ่มประสิทธิภาพกลไกการค้นหาที่ส่งผลดีต่อธุรกิจยิ่งขึ้น แต่ถ้ามีข้อจำกัดของเว็บไซต์ที่มีขนาดเล็ก บุคลากรขาดความชำนาญ และมีงบประมาณไม่มาก อาจกลายเป็นอุปสรรคและจุดอ่อนในการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

จุดอ่อนในการทำ SEO

เว็บไซต์ล้าสมัยหรือมีคุณภาพต่ำ : เป็นอุปสรรคแรกสุดของการทำ SEO โดยเว็บไซต์ที่ดีควรทันสมัย ใช้งานง่าย ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเข้ามาดูเว็บไซต์บ่อยครั้งและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ หากเข้าชมเว็บไซต์ที่ล้าสมัย สะกดคำผิด ภาพเล็กและแตก ข้อมูลไม่ตอบโจทย์ความต้องการ ผู้อ่านจะออกจากเว็บไซต์ไปในทันที มีแนวโน้มจะไม่กลับมาอีก เมื่อปริมาณการเข้าใช้ข้อมูลลดลง ก็ส่งผลให้อันดับแย่ลงไปด้วย ธุรกิจควรแก้ไขเว็บไซต์ที่ล้าสมัยก่อนที่จะมุ่งเน้นไปที่การทำ SEO

ขาดเทคนิคการพัฒนา SEO ที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม : เช่น

– การเลือกชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการ

– บทความอ่านง่าย เนื้อหาข้อมูลอย่างน้อย 500 คำต่อหน้า หรือต่อเรื่อง

– รูปภาพปริมาณเหมาะสม ขนาดไฟล์เล็ก ทำให้โหลดเว็บได้เร็ว

– จำนวนหน้าเว็บเพจมีมาก

– ลิงก์ด้วยคีย์เวิร์ดและข้อความ

– หน้าเว็บไซต์รองรับหน้าจอมือถือ

มีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ SEO และเลือกใช้กลยุทธ์ที่ไม่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ : หลายธุรกิจประสบปัญหาการทำ SEO ผิดพลาด ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เลือกเนื้อหาที่มีประโยชน์จริง ๆ แม้จะมีคำแนะนำว่าเว็บไซต์ที่ดีควรมีจำนวนหน้ามาก ๆ แต่ถ้าสินค้าแต่ละหน้าซ้ำกัน มีเนื้อหาซ้ำซ้อนและไร้ประโยชน์ จะทำให้เว็บไซต์นั้นขาดประสิทธิภาพ ยิ่งมีจำนวนหน้ามากจะโหลดได้ช้า การใส่คีย์เวิร์ดมาก ๆ เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดและเว็บไซต์มักจะทำผิดพลาดเสมอ การใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหามากเกินไปอาจเป็นผลเสียต่อการจัดอันดับของ Google จำนวนคีย์เวิร์ดในเนื้อหาที่เหมาะสมอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่อบทความเท่านั้น

ขาดผู้ชำนาญด้าน SEO เข้ามาจัดการเว็บไซต์ : ทุกวันนี้แผนการทำ SEO ได้รับความสนใจมากและมีเนื้อหาความรู้เผยแพร่อย่างกว้างขวาง แต่ถ้าผู้จัดทำเว็บไซต์ขาดความชำนาญ อาจนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้คีย์เวิร์ดมากเกินไป การสร้างลิงก์เชื่อมโยงที่ไม่เป็นธรรมชาติ สร้างลิงก์จำนวนมากกับเว็บไซต์ที่ไม่สมเหตุสมผล หรือการสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการวางแผน SEO เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์ติดอันดับของ Google ในปี 2020

หวังผลเร็วเกินความเป็นจริง : การทำ SEO ต้องใช้เวลา การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน โดยปกติเห็นผลอย่างเร็วใน 3-4 เดือน หากธุรกิจของคุณต้องการเพิ่มยอดขายทันที SEO จะไม่ใช่ช่องทางการตลาดที่ดีที่สุด แนะนำให้ใช้แผนการตลาดรูปแบบอื่น ๆ ก่อน เช่น การโฆษณาใน Google และสื่อสังคมออนไลน์ ดูตัวอย่างเว็บที่เกี่ยวกับวงการลูกหนัง ไม่ว่าจะเป็นเซียนชี้ทางรวยให้ทีเด็ด บอลสเต็ป หรือสูตรดูบอลต่างๆ ปัจจุบันเห็นกันได้ตามโซเชียลเป็นจำนวนมาก เพราะเกิดจากการทำโฆษณา ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า พร้อมกับการทำ SEO ไปเรื่อย ๆ เพื่อส่งเสริมการตลาดในระยะยาว

จุดอ่อนในการทำ SEO



อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจอะไรบ้าง 2019

อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

การทำธุรกิจออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนส่วนใหญ่จะติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายกันได้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก จึงไม่ใช่ทุกคนที่ขายของบนเว็บไซต์จะได้รับความนิยมจากลูกค้า

หากอยากทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ จึงต้องใส่ใจองค์ประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่ Yahoo, Bing และ Google ซึ่งเป็น Search Engine ชั้นนำของโลก กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้น เพื่อจัดอันดับของเว็บไซต์ในหน้าแสดงผล หากอยากให้เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของคุณนำเสนอในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีการศึกษาว่าจะได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากกว่าอันดับล่าง ๆ ก็จำเป็นต้องพัฒนาทำ SEO ให้เว็บไซต์อยู่เสมอ

2. การโปรโมทสินค้าด้วย SEM

การส่งเสริมการขาย เช่น โฆษณาด้วย SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการซื้อพื้นที่โฆษณา โดยเสียค่าใช้จ่ายแบบ Pay Per Click หรือ PPC ให้กับ Search Engine ตามจำนวนครั้งการคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคสำคัญในการโปรโมทสินค้าแบรนด์ใหม่ รุ่นใหม่ รวมถึงกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ ได้เป็นอย่างดี ถ้าต้องการเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องทำ SEM ให้เว็บไซต์ตามจังหวะที่เหมาะสมด้วย

3. การเป็นสปอนเซอร์ให้กับ YouTuber

การเป็นสปอนเซอร์ เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจาก YouTuber เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการนำเสนอสินค้าที่มีแฟนคลับใน YouTube ช่องนั้น ๆ คอยติดตาม และทำให้เกิดการขยายแบรนด์ไปถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นได้ นับว่าเป็นอีกช่องทางการตลาดที่เสริมให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

4. การเลือก Hosting ที่ดี

Hosting ที่ดี จะช่วยให้การบริหารเว็บไซต์ออนไลน์ราบรื่น ทำให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก เนื่องจากมีทีมงานที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ช่วยดูแล Server พื้นที่จัดเก็บข้อมูล การดาวน์โหลดข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ฯลฯ ตลอด 24 ชั่วโมง นักธุรกิจออนไลน์ จึงต้องเลือก Hosting ที่ไว้ใจได้และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

5. การเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้า

คนรุ่นใหม่นิยมใช้เวลาใน Facebook หรือ Instagram ร้านค้าออนไลน์จึงควรเปิดเพจใน Platform ดังกล่าว เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยควรมีแอดมินเพจที่พร้อมตอบคำถามและประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ได้รับความสนใจและทำให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จต้องใส่ใจหลายองค์ประกอบนอกจากคุณภาพของสินค้า อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ การประชาสัมพันธ์ SEM การเปิดเพจในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ตลอดจนการเลือก Hosting ที่ดี จึงจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมาก

การเลือก Hosting ที่ดี




top