Rommantek ขอบคุณเรื่องราวที่ดีในชีวิต จนมาเป็นบล็อกเกอร์บทความ ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด

This content shows Simple View

Vanessa Payne

ประโยชน์ดี ๆ จากการดื่มน้ำชา

ประโยชน์จากการดื่มน้ำชาเป็นประจำ มีอะไรบ้าง

การดื่มน้ำชาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมโบราณที่นิยมมานานหลายร้อยปีทั้งในประเทศทางยุโรปและเอเชีย เช่น จีนและญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีการดื่มชาทั้งแบบร้อนและเย็น มีการดัดแปลงสูตรให้ดื่มง่ายและรสชาติหอมอร่อยมากมาย

ประโยชน์จากการดื่มน้ำชาเป็นประจำ มีอะไรบ้าง

1. ทำให้หัวใจแข็งแรง

การที่หัวใจทำงานดีขึ้นได้จากการดื่มน้ำชาวันละ 3 แก้ว เป็นผลการวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งแนะนำว่าต้องเลือกเป็นชาเพื่อสุขภาพ ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและครีมเทียม หากดื่มเป็นชาร้อน อย่าง ชาคาโมมายล์ ชากุหลาบ ชาขิง จะยิ่งทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น หัวใจจึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นและยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ทำให้ลดอาการตึงเครียดปวดศีรษะได้ด้วย

2. ดีต่อระบบลำไส้

หลายคนที่ดื่มกาแฟแล้วทำให้ท้องผูก แนะนำให้ลองดื่มชาร้อน ๆ แทน โดยเฉพาะชาสูตรสมุนไพรที่มีขิงผสม หรือชาจีนจะช่วยในการขับลมและยังมีฤทธิ์ชำระล้างสารพิษในระบบทางเดินอาหาร ทั้งยังมีสารโพลีฟีนอลที่กำจัดแบคทีเรียชนิดร้ายในลำไส้ได้อีกด้วย ยืนยันได้จากการวิจัยต่างประเทศที่พบว่าการดื่มชาเป็นประจำลดปัญหาโรคลำไส้แปรปรวนได้เป็นอย่างดี

3. ลดความเครียด

ในใบชามีสารหลายชนิดที่ช่วยในการกระตุ้นสมอง เช่น คาเฟอีน และยังมีสารกลุ่มโพลีฟีนอล โพแทสเซียม วิตามินบี ฯลฯ ที่เมื่อรวมกันแล้ว ส่งเสริมการทำงานของสมอง ทำให้ลดภาวะปวดหัวไมเกรนที่มักมากับความเครียดที่เกิดกับคนวัยเรียนและวัยทำงานได้ด้วย หากคุณเป็นคนที่เครียดและปวดศีรษะง่าย แนะนำให้ทดลองดื่มชาสูตรหวานน้อยเป็นประจำ แล้วลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงดู

4. ช่วยปรับการเผาผลาญ

ในใบชามีสารจากธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญไขมันชนิดร้าย คือ คลอเรสเตอรอลในระบบหลอดเลือด และไขมันที่เป็นอันตรายจากการสะสมที่ตับ ทำให้สลายออกไปทางน้ำดีและถ่ายเป็นอุจจาระได้ ทำให้มีหลายแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยนำชาเป็นส่วนผสม เพื่อการลดไขมันส่วนเกิน ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงานอย่างมาก

5. ช่วยต้านความชรา

ในยอดอ่อนใบชา มีสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยในการปกป้องเซลล์ร่างกายจากสิ่งแวดล้อม สารเคมี สารพิษ ฯลฯ จึงมีการนำมาเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิวพรรณด้วย การดื่มชาร้อน โดยเฉพาะที่ได้จากส่วนยอดอ่อน จึงเป็นตัวช่วยปกป้องผิวไม่ให้ดูแก่ก่อนวัยได้

เราหวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้เห็นประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ควรเลือกสูตรที่หวานน้อย และทำจากธรรมชาติแท้ เพื่อให้ดีต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย

ประโยชน์ดี ๆ จากการดื่มน้ำชา



เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน สำคัญต้องรีบรู้

กรรมพันธุ์จาก โรคเบาหวาน

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกเตือนให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ซึ่งพบในคนอายุน้อยลงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงรวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคนี้มาฝาก เพื่อให้ทุกท่านได้ดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมมากขึ้น ดังนี้

กรรมพันธุ์จาก โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานไม่ใช่โรคติดเชื้อ แต่มีโอกาสส่งผ่านทางกรรมพันธุ์ เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินหรือสร้างได้ในปริมาณที่น้อยเกินไป ทำให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง หากปล่อยไว้จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรง เช่น หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาอักเสบทำให้ตาบอด เส้นประสาทที่ปลายนิ้วมือปลายเท้ามีอาการชาและไม่รับความรู้สึก รวมถึงเส้นเลือดที่ไปไตมีการสูญเสียการทำงานทำให้ไตวายได้

ในเบื้องต้น คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการกระหายน้ำบ่อยผิดสังเกต ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ 2-3 ครั้ง เริ่มชาปลายนิ้วมือและเท้า มีอาการหน้ามืดเวียนหัวอ่อนเพลียอย่างไม่รู้สาเหตุ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขจึงแนะนำว่าผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นเบาหวานและคนทั่วไป ควรเลือดหาระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร หรือตรวจหาค่าน้ำตาลสะสมที่เกาะเม็ดเลือด ที่เรียกว่า Hemoglobin a1c เป็นระยะจะทำให้คัดกรองพบภาวะเบาหวานได้เร็วขึ้น

ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่าระดับน้ำตาลสูงมากกว่า 125 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 ซีซี หรือค่า Hemoglobin a1c มากกว่า 8% ก็จะแสดงว่าเป็นเบาหวาน ซึ่งต้องปรับพฤติกรรมและอาจต้องใช้ยาร่วมด้วย

การปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ต้องงดการดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานสูง เช่น ชานมไข่มุก เครื่องดื่มกาแฟโกโก้ที่ใส่ครีมเทียมและน้ำตาลปริมาณมาก น้ำอัดลม รวมถึง ขนมหวานและผลไม้รสหวานจัด ที่ต้องควบคุมปริมาณให้น้อยลง เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และควบคุมภาวะเบาหวานได้ยาก

ด้านการ ออกกำลังกาย ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะทุกส่วนทำงานได้อย่างสมดุลดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบในคนเป็นเบาหวานในช่วงวัยกลางคนขึ้นไปด้วย

การดูแลความสะอาดของผิวหนังโดยเฉพาะที่เท้า ซอกนิ้ว เล็บ และฝ่าเท้าก็สำคัญ ต้องหมั่นตรวจดูว่ามีบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะคนที่เป็นเบาหวานจะสูญเสียความรู้สึกรับรู้ไป คนเป็นเบาหวานแม้มีการติดเชื้อเพียงเล็กน้อย เช่น เข็มตำ มีดบาด ฯลฯ ก็สามารถติดเชื้อแบคทีเรียลุกลามรุนแรงทำให้ต้องตัดอวัยวะได้

จะเห็นได้ว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเบาหวานเป็นสิ่งสำคัญ ต้องศึกษาวิธีการสังเกตตัวเองและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมเป็นประจำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และยังทำให้ปลอดจากโรคเรื้อรังอื่นๆได้ด้วย

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน สำคัญต้องรีบรู้



อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจอะไรบ้าง 2019

อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

การทำธุรกิจออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนส่วนใหญ่จะติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายกันได้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก จึงไม่ใช่ทุกคนที่ขายของบนเว็บไซต์จะได้รับความนิยมจากลูกค้า

หากอยากทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ จึงต้องใส่ใจองค์ประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่ Yahoo, Bing และ Google ซึ่งเป็น Search Engine ชั้นนำของโลก กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้น เพื่อจัดอันดับของเว็บไซต์ในหน้าแสดงผล หากอยากให้เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของคุณนำเสนอในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีการศึกษาว่าจะได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากกว่าอันดับล่าง ๆ ก็จำเป็นต้องพัฒนาทำ SEO ให้เว็บไซต์อยู่เสมอ

2. การโปรโมทสินค้าด้วย SEM

การส่งเสริมการขาย เช่น โฆษณาด้วย SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการซื้อพื้นที่โฆษณา โดยเสียค่าใช้จ่ายแบบ Pay Per Click หรือ PPC ให้กับ Search Engine ตามจำนวนครั้งการคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคสำคัญในการโปรโมทสินค้าแบรนด์ใหม่ รุ่นใหม่ รวมถึงกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ ได้เป็นอย่างดี ถ้าต้องการเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องทำ SEM ให้เว็บไซต์ตามจังหวะที่เหมาะสมด้วย

3. การเป็นสปอนเซอร์ให้กับ YouTuber

การเป็นสปอนเซอร์ เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจาก YouTuber เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการนำเสนอสินค้าที่มีแฟนคลับใน YouTube ช่องนั้น ๆ คอยติดตาม และทำให้เกิดการขยายแบรนด์ไปถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นได้ นับว่าเป็นอีกช่องทางการตลาดที่เสริมให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

4. การเลือก Hosting ที่ดี

Hosting ที่ดี จะช่วยให้การบริหารเว็บไซต์ออนไลน์ราบรื่น ทำให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก เนื่องจากมีทีมงานที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ช่วยดูแล Server พื้นที่จัดเก็บข้อมูล การดาวน์โหลดข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ฯลฯ ตลอด 24 ชั่วโมง นักธุรกิจออนไลน์ จึงต้องเลือก Hosting ที่ไว้ใจได้และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

5. การเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้า

คนรุ่นใหม่นิยมใช้เวลาใน Facebook หรือ Instagram ร้านค้าออนไลน์จึงควรเปิดเพจใน Platform ดังกล่าว เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยควรมีแอดมินเพจที่พร้อมตอบคำถามและประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ได้รับความสนใจและทำให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จต้องใส่ใจหลายองค์ประกอบนอกจากคุณภาพของสินค้า อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ การประชาสัมพันธ์ SEM การเปิดเพจในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ตลอดจนการเลือก Hosting ที่ดี จึงจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมาก

การเลือก Hosting ที่ดี



ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ในปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน มีภาวะวิตกกังวล คิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ง่าย

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหานี้ มาฝากกันดังนี้

1. การฝึกสมาธิและสติ

การฝึกสมาธิและสติจะช่วยให้รู้ทันความคิดของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีต หรือคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตมากเกินไป การมีสติให้อยู่กับตัวเอง รู้ถึงปัจจุบันขณะ จะทำให้ลดความคิดวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ได้มาก ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

2. การเขียนสิ่งที่คิดเป็นตัวอักษร

เป็นเทคนิคที่ช่วยในการระบายความเครียด ความกดดัน หรือทำให้คุณหลุดพ้นจากวังวนความคิดต่าง ๆ ที่มักจะทำให้คุณรู้สึกกลุ้มใจและวิตกกังวลซ้ำ ๆ การเขียนทุกครั้ง จะเท่ากับให้คุณได้ปลดปล่อยตัวเอง แล้วก็ได้ทบทวนกับตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น นักเขียนหลายคนมาจากการเขียนระบายความคิดต่าง ๆ ลงกระดาษ แล้วต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้ด้วย

3. การมีช่วงเวลาพักผ่อนสมอง

ตัวอย่างที่สำคัญ คือ การหางานอดิเรกทำ เช่น เล่นเกม อ่านหนังสือนิยาย หรือ การไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ตีแบดมินตัน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งในสวนสาธารณะ จะทำให้สมองได้ว่างมากขึ้น คุณจะรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้หยุดคิดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ได้ ที่สำคัญ ในระหว่างการพัก ระบบฮอร์โมนและสารเคมีในสมองก็จะทำการปรับเปลี่ยนสมดุลได้ดียิ่งขึ้นด้วย

4. การให้กำลังใจตัวเอง

หลายคนที่คิดวิตกกังวลหรือคิดมาก เพราะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวว่าหากตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะถูกคนอื่นตำหนิ หรือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งที่จริงแล้วการผิดพลาดคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ชีวิตที่ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลความผิดพลาดมากเกินไปจนไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า

5. อ่านประวัติผู้ที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อลองอ่านประวัตินักธุรกิจหรือคนที่สำเร็จในสายอาชีพ จะพบว่าเขาเหล่านั้นล้วนผ่านการคิดและตัดสินใจมานับครั้งไม่ถ้วนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งถูกและผิด แต่การมุ่งมั่นทำสิ่งที่รักและมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เป็นสิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปและสำเร็จได้ในที่สุด จะทำให้คุณมีความกล้าคิดตัดสินใจมากขึ้น และลดความคิดวิตกกังวลได้

หวังว่าเทคนิคการจัดการกับอาการคิดมากที่นำเสนอไปข้างต้นนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เพียงปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพิ่มการออกกำลังกาย พบปะผู้คนให้มากขึ้น จะทำให้คุณลดอาการคิดมากได้เร็วขึ้น

เทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหา



โรคในหูสุนัข ที่คนเลี้ยงต้องระวัง

โรคในหูสุนัข ที่คนเลี้ยงต้องระวัง

สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่กับกันคนเรามายาวนาน ซึ่งแม้จะเลี้ยงง่ายและดูแลไม่ยุ่งยาก แต่ก็มีโรคที่สามารถเกิดได้บ่อย เช่น การติดเชื้อในหู ซึ่งพบได้ในสุนัขที่มีขนยาวหรือขาดการดูแลความสะอาดที่เพียงพอ ต่างจากแมวที่ไม่ค่อยเป็นโรคในช่องหู ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจจากสัตวแพทย์มาฝากกัน ดังนี้

สาเหตุของโรคติดเชื้อในหูสุนัข

มักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หมักหมมในหูชั้นนอก การติดเชื้อยีสต์เนื่องจากความอับชื้นภายในช่องหู กรณีที่มีน้ำเข้าหูแล้วขังอยู่ภายใน รวมถึงการติดเชื้อไรของสุนัข ที่ลูกสุนัขอาจได้รับจากพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กได้

โรคติดเชื้อในหูอันตรายหรือไม่

สุนัขที่มีการติดเชื้อจะมีอาการคัน ซึ่งจะแสดงออกโดยการใช้มือหรือเท้าเขี่ย ที่เราเห็นว่าเป็นการเกาหู บ่อยมากกว่าวันละ 10 ครั้ง หากมีอาการคันมาก ก็อาจถูใบหูกับกระถางต้นไม้ พื้น สนาม หรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ หากเปิดใบหูขึ้น (บางพันธุ์สุนัขมีใบหูใหญ่และยาว) จะมีกลิ่นตุ ๆ แบบเหม็นเน่าออกมา

พร้อมกันนั้น ก็มักมีเนื้อเยื่อที่บวมนูนแดงขึ้น และอาจมีสีแดงที่เกิดจากเส้นเลือดในหูแตกจากการที่สุนัขเกาบ่อย ๆ ด้วย เจ้าของต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ให้ทำการตรวจโดยละเอียด ก่อนที่จะมีการติดเชื้อลุกลามไปถึงหูชั้นกลางและชั้นใน จนทำให้สุนัขมีปัญหาในด้านการทรงตัวได้

การป้องกันโรคติดเชื้อในหูสุนัข

ในระหว่างการอาบน้ำสุนัข ควรระมัดระวังน้ำเข้าในรูหู และควรใช้สำลีแผ่นเช็ดภายในใบหูให้สะอาดทุกครั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้สุนัขติดไรหรือเห็บหมัดที่ทำให้มีการติดเชื้อในช่องหูได้

การรักษาโรคติดเชื้อในหูสุนัข

สัตวแพทย์จะทำการตรวจให้ละเอียดว่ามีการติดเชื้อที่ส่วนใด และจะต้องทำความสะอาดให้หมดจด ก่อนการหยอดยาที่หูสุนัข และอาจต้องใช้ยาละลายขี้หู กรณีที่มีขี้หูตันมากอยู่ด้านในด้วย ซึ่งกรณีที่สัตวแพทย์ให้ใช้ยาละลายขี้หู เจ้าของต้องทำการหยอดและนวดคลึงที่ฐานใบหูก่อน เพื่อให้ยาทำปฏิกิริยา ก่อนจะใช้สำลีพันไม้แหย่ลงในรูหูเพื่อทำความสะอาด ทั้งนี้ต้องใช้เทคนิคเหมือนการตักขี้หูออก (ไม่ใช่การหมุนปั่น)

อย่างไรก็ตาม สุนัขมีสรีระในช่องหูเป็นทางยาวรูปตัวแอล การแหย่สำลีพันไม้ลงไปทำความสะอาดแนวตรงจึงไม่เกิดอันตรายต่อหูส่วนกลางและในอย่างแน่นอน

หวังว่าบทความนี้ จะให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ที่ทำให้ผู้เลี้ยงสุนัขทุกท่านใส่ใจสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและดูแลได้อย่างดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

สาเหตุของโรคติดเชื้อในหูสุนัข



เทคนิคประหยัดไฟฟ้าในบ้าน ไม่อยากเสียเงินเยอะต้องอ่าน

เทคนิคประหยัดไฟฟ้าในบ้าน ไม่อยากเสียเงินเยอะต้องอ่าน

ไฟฟ้าก็เหมือนกับเวลาตรงที่ไม่หวนคืนกลับ ใช้ไปแล้วก็ต้องรอวันชำระเงินให้กับการไฟฟ้าในแต่ละเดือน แล้วทราบกันไหมว่า ค่าพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สามารถประหยัดลงได้แบบไม่น่าเชื่อ โดยไม่ต้องพึ่งพากล่องอุปกรณ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยลดค่าไฟลงได้ ขอเพียงมีความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ประหยัดไฟฟ้าลงได้อย่างมาก นอกจากจะทำให้เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดภาระให้กับประเทศชาติในการสร้างพลังงานมาให้คนในประเทศใช้กันด้วย โดยขอแนะนำเทคนิคที่นำไปใช้ได้ทันทีดังนี้

ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าต้องการลดค่าไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อให้มีวิธีทำที่เป็นแบบแผนและมีกรอบในการลงมือทำ ซึ่งจะทำให้แผนการลดค่าไฟฟ้า สำเร็จได้ในที่สุด

จดบันทึกเลขมิเตอร์ เพื่อให้การลงมือทำมีตัววัดว่าได้ผลหรือไม่ ในแต่ละวันให้จดเลขมิเตอร์เพื่อหักลบดูจำนวนยูนิตที่ใช้ไป ซึ่งจะมีประโยชน์ สร้างความสนุกในการติดตามว่าวันต่อไปจะมีจำนวนยูนิตเท่าใด และถ้าวันไหนมียูนิตมากผิดปกติ จะได้หาสาเหตุได้ทัน เช่น มีไฟรั่ว หรือ มีพฤติกรรมใช้ไฟฟ้าใดต้องปรับปรุง

ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ใบพัดลมที่มีฝุ่นเกาะหนา ควรทำความสะอาด 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง ถ้าเห็นว่าฝุ่นมากก็ทำความสะอาดบ่อยขึ้น จะทำให้เปิดพัดลมเบอร์ต่ำลงแต่ได้ความเย็นกำลังดี รวมทั้งแผงกรองฝุ่นแอร์ด้วย เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ปิดปั๊มน้ำ ถ้าไม่จำเป็น ตลอดวันถ้ามีกิจกรรมอยู่ชั้นล่างของบ้านเป็นส่วนใหญ่ น้ำประปาจะแรงพอสมควรอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ปั๊มทำงานทุกครั้งที่ใช้น้ำ

การใช้แอร์ จะมีผลกับค่าไฟฟ้ามากที่สุด ให้หลีกเลี่ยงเปิดแอร์ขณะที่ห้องยังร้อนอยู่ โดยเฉพาะห้องชั้นที่อยู่ใต้หลังคา หรือห้องที่มีผนังติดด้านทิศตะวันตก ควรใช้อุณหภูมิที่ 25-26 องศา ส่วนตอนเข้านอน ควรตั้งเวลาให้ทำงาน 1-2 ชั่วโมงแล้วให้เครื่องปิดเอง โดยเปิดพัดลมเบา ๆ แทน เพราะช่วงกลางคืนจะมีอากาศเย็นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

การใช้เตารีด ควรใช้ให้น้อยที่สุด เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องรีดก็ใส่ได้ ส่วนที่ต้องรีดให้รวมกันรีดผ้าพร้อมกันหลาย ๆ ตัว จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า

ตู้เย็น สำรวจและนำของที่ไม่จำเป็นออก เพราะเป็นภาระของตู้เย็น ไม่ควรเปิด-ปิดหลาย ๆ ครั้ง ให้วางแผนการใช้ว่าจะหยิบอะไรเข้าออก เพื่อเปิด-ปิดให้น้อยครั้งที่สุด

การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ปิดเมื่อไม่ได้ใช้ เช่น ไฟฟ้าแสงสว่างบางจุดที่ไม่จำเป็น ทีวีที่เปิดไว้แต่ไม่มีใครดู หากใช้เสร็จ หลังจากปิดแล้วให้ดึงปลั๊กออกด้วย เพื่อยืดอายุเครื่องใช้ไฟฟ้า

การใช้ไฟฟ้าก็เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายตามปริมาณที่ใช้งาน ดังนั้น ทุกครั้งก่อนจะเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้พิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ เปิดเมื่อใช้ ปิดเมื่อเลิกใช้ แล้วรอดูผลใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าที่ลดลงตามลำดับในแต่ละเดือน ซึ่งจะทำให้มีกำลังใจในการลดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

การใช้แอร์ จะมีผลกับค่าไฟฟ้ามากที่สุด



ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

การทำพินัยกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากและซับซ้อนอย่างที่คิด สำหรับทางกฎหมายหรือทนายนั้นมีการสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการแสดงเจตจำนงในการทำพินัยกรรมสามารถทำได้เลย เนื่องจากการที่ไม่ยอมลงมือทำหรือสื่อสารออกมาก็ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจะนำมาซึ่งความยุ่งยากภายหลังอีกหลายประการได้

การทำพินัยกรรมคือ

คำสั่งสุดท้ายซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ทำพินัยกรรมเพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายโดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 1646 – 1648)

การทำพินัยกรรมคือการที่ผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาทหรือผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามกฎหมาย การทำพินัยกรรมนั้นเป็นการวางแผนเพื่ออนาคตของทั้งผู้ทำและผู้รับเป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำไว้เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง การทำพินัยกรรมสามารถทำได้โดยง่ายเพียงปรึกษาทนายความที่สามารถให้คำปรึกษาแล้วสามารถทำได้เลย

กรณีที่เจ้าของมรดกไม่ได้ทำพินัยกรรม ทายาทที่มีสิทธิ์ได้รับมีลำดับดังนี้

1.ลูก หลาน เหลน โหลน ลื้อ
2.บิดามารดา
3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4.พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน
5.ปู่ย่าตายาย
6.ลุงป้าน้าอา

พินัยกรรมมี 5 ประเภทดังนี้

1.พินัยกรรมแบบธรรมดา

พินัยกรรมประเภทนี้จะต้องมีวัน เดือน ปีในขณะที่ทำด้วยได้ ในรูปแบบนี้ผู้ทำไม่ต้องทำเอง สามารถสั่งให้ผู้อื่นทำ รูปแบบนี้จะมีลักษณะเป็นรูปเล่ม มีพยานอย่างน้อย 2 คน อยู่พร้อมกันขณะนั้น พยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง หากมีการลบหรือการขูดไว้ทุกแห่งที่มีร่องรอยการแก้ไข

2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

พินัยกรรมประเภทนี้ผู้ทำจะทำการเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ รายละเอียดจะต้องมีวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม มีการลงรายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมโดยไม่ต้องมีพยาน หากมีการแก้ไข ผู้ทำจะต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ในจุดที่แก้ไขทุกแห่ง

3.พินัยกรรมทำเป็นเอกสารเมือง

พินัยกรรมประเภทนี้จะทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรืออำเภอเป็นผู้ดำเนินการ มีผู้ทำพินัยกรรมและมีพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ โดยทำการเก็บไว้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอนั้น ๆ

4.พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

พินัยกรรมฉบับนี้ผู้ทำสามารถทำเป็นหนังสือ เขียนหรือพิมพ์เองได้ หรืออาจจะให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้ โดยมีการลงลายมือชื่อในพินัยกรรม มีการปิดผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อตามรอยผนึกนั้นด้วย จากนั้นจะนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นายอำเภอและมีพยานในที่นั้น 2 คน นายอำเภอจะทำการประทับตรา พยานและนายอำเภอจะทำการลงลายมือชื่อพร้อมกัน ถือว่าสมบูรณ์

5.พินัยกรรมทำด้วยวาจา

ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องมีกรณีที่เป็นพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้ตามรูปแบบการทำพินัยกรรมถือเป็นกรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นกรณีที่มีความเจ็บป่วยอาการสาหัส เกิดภาวะสงคราม เจ็บป่วยใกล้ตายเท่านั้นกรณีนี้จะอาศัยพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน

การทำพินัยกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ ต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเวลาที่สามารถทำได้ เพราะหากมีการเตรียมการไว้จะได้ไม่เสียใจในภายหลังสำหรับผู้ที่ยังอยู่จะได้ง่ายต่อการจัดการดูแลต่อไป ดีกว่าที่จะเป็นเพียงความตั้งใจที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจนอาจก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ในภายหลัง

การทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาท



เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

ความสวย ความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร ยุคปัจจุบันนี้เราจึงเห็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากมายในท้องตลาด มีทั้งตั้งแต่ราคาแพงไปจนถึงราคาย่อมเยา ตามความสะดวกของผู้ที่ต้องการ

วันนี้นอกเหนือจากที่มีผลิตภัณฑ์บำรุงในท้องตลาดต่าง ๆ แล้ว เราก็ยังสามารถดูแลผิวพรรณ ผิวหน้าของเราได้ด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่าย ๆ ทำได้แบบไม่ยุ่งยากมาฝากกันกับ 4 เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

ล้างหน้าให้สะอาด

ในวันหนึ่ง ๆ เราต้องออกจากบ้านไปเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ยังไม่รวมถึงสารพัดครีม สารพัดเครื่องสำอางที่เราประโคมผิวลงไปทุก ๆ เช้า ดังนั้นแล้ว ก่อนนอนในทุกวันเราควรต้องทำความสะอาดให้ดีด้วยวิธีถูกต้อง เพื่อที่ผิวของเราจะได้รับออกซิเจนเข้าไปในการซ่อมแซมผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวของเราได้อย่างเพียงพอ

ทานอาหารที่มีประโยชน์

นอกเหนือจากการล้างหน้าให้สะอาดดีแล้ว การรับประทานอาหารก็ถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่าการทานอาหารไม่สำคัญในเรื่องของผิวพรรณ แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้ว การทานอาหารนี่เองที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดและส่งผลต่อผิวพรรณโดยตรงรวมถึงใบหน้า อาทิเช่น ก่อนนอนเราไม่ควรทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมันเพราะไม่ได้เผาผลาญแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความมันหรือทำให้เกิดสิวบนใบหน้าได้ง่ายอีกด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ตามธรรมชาติของมนุษย์ เราควรนอนพักให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะในช่วงเวลาที่เรานอนหลับนั้น จะทำให้ผิวได้พักผ่อนและเกิดกระบวนการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ทั้งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียแล้วและการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย

บำรุงผิวหน้าด้วยธรรมชาติ

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากมาย และคงจะดีกว่าหากเราสามารถนำวัตถุดิบใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ง่าย ๆ และมีสรรพคุณในการบำรุงที่ดี มาฝากกัน

– แตงกวา ฝานบาง ๆ ตามยาว นำไปแช่เย็น แล้วนำมาแปะไว้ที่ใบหน้า ทิ้งไว้ 10-20นาที ก่อนนอน จะช่วยให้ใบหน้าเราชุ่มชื่น เพิ่มวิตามินให้ผิวหน้าสดใส อิ่มน้ำ และอมชมพู

– โยเกิร์ต นำโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ นำมาพอกหน้าก่อนนอน จะช่วยให้ผิวที่หยาบกร้านกลับมานุ่มชุ่มชื่น สุขภาพดี

– มะนาว นำน้ำมะนาวผสมกับดินสอพอง แล้วพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง น้ำมะนาวจะช่วยในการดูดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยรักษาจุดด่างดำ และกระชับรูขุมขนให้กระชับมากยิ่งขึ้น

– น้ำมันมะพร้าว การทาหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำ ผิวเรียบเนียนใส ดูสุขภาพดี ซึ่งเป็นสูตรที่มีมาตั้งแต่โบราณกันเลยทีเดียว

เพียงเคล็ดลับง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้แบบไม่ยุ่งยาก เพียงเท่านี้เราก็มีสุขภาพที่ดี ใบหน้าที่สดใสสวยงามและมีผิวพรรณดีได้แล้ว เมื่อเราสุขภาพกายดี สุขภาพใจเราก็จะดีตามไปด้วย ก็จะส่งผลให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดี ใช้ชีวิตในทุกวันได้อย่างมีความสุข

ความสวย ความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร



พันธุ์ไม้ที่คนไทยนิยมปลูกเพื่อให้บ้านร่มรื่น 2019

การอาศัยอยู่ในบ้านที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ในสวน จะทำให้ได้รับออกซิเจนจากอากาศบริสุทธิ์ตลอดปี ทั้งยังช่วยกรองสารพิษที่มากับมลภาวะในท้องถนนได้ด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมพันธุ์ไม้ที่ให้ร่มเงาที่คนไทยนิยมปลูกมาฝากกัน ดังนี้

1. ต้นหูกระจง เป็นต้นไม้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วลักณะต้นเป็นทรงพุ่ม แตกเป็นกิ่งซ้อนกันเป็นชั้น ทำให้บังแดดให้ได้ดี เหมาะสำหรับการปลูกบริเวณใกล้ห้องรับแขกหรือห้องนอน โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านมีความสุขมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรเว้นระยะห่างในการปลูกต้นหูกระจงจากตัวบ้าน เพราะเป็นไม้ที่มีรากแข็งแรง อาจสร้างความเสียหายกับตัวบ้านในระยะยาวได้

2. ต้นประดู่ เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของกองทัพเรือ มีขนาดความสูงของต้นที่โตเต็มที่ประมาณ 10 เมตรดอกประดู่มีลักษณะเป็นช่อสีเหลืองสด จึงให้ความรู้สึกสบายตา ทั้งนี้ ไม้ประดู่ยังเป็นไม้มงคลที่แสดงถึงความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วย เทคนิคในการปลูกไม้ประดู่ให้งาม คือควรปลูกอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับแสงอาทิตย์ได้สะดวก เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบแดดแรง

3. ต้นสารภี เป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมมายาวนาน เนื่องจากดอกสารภีมีความสวยงาม มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบสีขาว และสามารถใช้เป็นยาบำรุงหัวใจได้ด้วย คนไทยแต่โบราณเชื่อว่าการปลูกต้นสารภีจะทำให้เจ้าของบ้านมีอายุยืน ทั้งนี้ ควรรดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งและใส่ปุ๋ยหมักปีละ 3-4 ก็จะทำให้ได้ต้นที่สวยและออกดอกมาก

4. ต้นจำปี เป็นไม้ยืนต้นมีอายุยาวได้ถึง 20 ปีดอกจำปีมีกลิ่นหอม จึงนิยมใช้ร้อยมาลัย ต้นจำปีสามารถให้ร่มเงาได้ดี เพราะมีใบขนาดใหญ่ ผู้ที่ต้องการปลูกต้นจำปีให้งาม ควรรดน้ำให้ชุ่มวันละ 1 ครั้ง ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็น

5. ต้นทองกวาว เป็นไม้ใหญ่ ที่มีดอกสีแสดสวยงาม ซึ่งคนไทยมีความเชื่อว่าการปลูกจะทำให้เรียกทรัพย์ นำโชคลาภเข้ามาในบ้าน ต้นทองกวาวควรปลูกทางทิศตะวันออกให้ได้รับแสงแดดเต็มที่ จึงจะออกดอกสวยงามและเติบโตเร็ว

6. ต้นมะม่วง เป็นไม้ยืนต้น ที่มีใบออกเต็มต้นเป็นทรงพุ่ม ให้ทั้งร่มเงาและผลที่รับประทานได้ มีหลายพันธุ์ เช่น เขียวเสวย น้ำดอกไม้ ฯลฯ มีความเชื่อว่าการปลูกต้นมะม่วงจะทำให้ร่ำรวยขึ้น

พันธุ์ไม้ที่ยกตัวอย่างมา เป็นต้นไม้ที่มีความสวยงามและมีความหมายดี เหมาะสำหรับการปลูกในบริเวณบ้าน ซึ่งควรเลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่ด้วย

ต้นจำปี เป็นไม้ยืนต้นมีอายุยาวได้ถึง 20 ปี



วิธีรับมือกับความเครียด จากชีวิตประจำวัน

ว่าด้วยเรื่องของความเครียด ทุกสิ่งที่มีชีวิต มีลมหายใจล้วนสามารถเกิดความเครียดได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะคน หรือสัตว์ มีอีกหลายๆสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความเครียดได้ และวิธีคลายเครียดของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ ว่าคิดบวกหรือว่าคิดลบ แต่โดยรวมแล้ว ความเครียดไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีในชีวิตเราเลย แต่เราก็ไม่สามารถหลีกหนีกับความเครียดนี้ไปได้

สาเหตุของความเครียด

สาเหตุหลักๆของการเกิดความเครียดของมนุษย์เรา คือการดำเนินชีวิต วิถีชีวิตประจำวันของแค่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ปัญหาจากการทำงานก็เป็นสาเหตุเด่นๆเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ลูกน้อง หัวหน้างาน ผู้บริหาร ไปยันเจ้าของกิจการ แรงกดดัน ค่าจ้าง เพื่อนร่วมงาน ล้วนสร้างความเครียดให้เราได้ตลอด แล้วเราจะรับมือกับความเครียดนี้ได้ยังไง เครียดมากไปเสียสุขภาพจิตหรือเปล่า หรือเครียดจนทำให้เจ็บป่วยไม่สบายนอนโรงพยาบาล บางคนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายก็มี เส้นเลือดในสมองแตก เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรืออาจจะเสียสติไปเลยก็มี ทีนี้เราลองมาหาวิธีคลายเครียดกันดีกว่า

การฟังเพลง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการคลายเครียด เพลงอะไรก็ได้ที่เราชอบ หรือเพลงที่ฟังแล้วเรารู้สึกมีกำลังใจทุกครั้งที่ได้ยิน การฟังเพลงจะช่วยปรับอารมณ์ให้เย็นลง ยกตัวอย่าง เช่น การเดินทาง ขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานเองต้องเจอปัญหารถติดเร่งรีบกันทุกคน การเปิดเพลงฟังระหว่างรอจะช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น ลดความเครียดลงไปได้เยอะเลย สำหรับคนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะ รถเมย์ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือบริการสาธารณะอื่นๆ ที่จะต้องเจอเป็นประจำเลยคือ ความแออัด อากาศร้อน คนเยอะเบียดเสียดที่เราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ ตัวช่วยคลายเครียดก็คือฟังเพลงใส่หูฟัง รับรองเพลินแบบไม่สนใจใคร

หลังจากการทำงานที่คุณเจอความเครียดมาทั้งวัน ถ้าได้กินของอร่อยก็คงจะดีขึ้นนะ การกินก็ช่วยคลายเครียดได้ เลิกงานรวมกลุ่มหาของกินอร่อยๆ นั่งกินนั่งคุยกันจนลืมไปเลยว่าเครียดว่าเหนื่อย บุฟเฟ่ต์จะเยียวยาทุกสิ่ง เป็นวลียอดฮิต ทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อยหรือเครียดเราก็จะนึกถึงคำๆนี้ หายเครียดแน่นอน

นี่ก็เป็นแค่บางส่วน ที่เราใช้คลายความเครียดได้ ยังมีอีกหลายๆวิธีที่ทำให้เรามีความสุข กำจัดความเครียด สู้กับปัญหาได้ในทุกๆวัน ยิ้มและยอมรับกับปัญหาและแก้ไขมัน ความเครียดที่เราสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ทำให้เรามีความสุขได้ แต่เราเลือกที่จะไม่สร้างมันขึ้นมาได้ ความสุขของเราคนอื่นสร้างให้ไม่ได้ แต่เราสร้างความสุขให้ตัวเราเองได้ ยิ้มสู้มันต่อไป

สาเหตุของความเครียด




top