Rommantek ขอบคุณเรื่องราวที่ดีในชีวิต จนมาเป็นบล็อกเกอร์บทความ ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด

This content shows Simple View

ดูแลเส้นผมทำสีอย่างไรให้สุขภาพดี?

ดูแลเส้นผมทำสีอย่างไรให้สุขภาพดี

การทำสีผมเป็นการเสริมสวยที่หลายคนชื่นชอบเพราะสามารถเปลี่ยนลุคให้ดูเป็นสาวเปรี้ยว สาวหวานหรือสาวเข้มขึ้นมาได้ทันทีหลังการเปลี่ยนสีผม แต่ข้อเสียที่ตามมาหลังการทำสีคือเส้นผมที่แห้งเสีย ดูไม่มีน้ำหนัก ซึ่งทำให้คนที่ไม่คอยดูแลเส้นผมหลังการทำสีนั้นต้องเจอกับปัญหาที่ตามมาหลายอย่าง ถ้าคุณอยากมีสีผมแบบที่ใจต้องการแต่ยังอยากให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดี เรามาดูวิธีดูแลเส้นผมของคุณกันดีกว่า

วิธีดูแลเส้นผมตัวเอง

สระผมด้วยน้ำเย็นดีกว่า

การสระผมด้วยน้ำอุ่นนั้นไม่ผิด แต่ความร้อนจากน้ำจะทำให้เส้นผมของคุณแห้งกว่าการใช้น้ำเย็นสระผม ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับผิวของคุณในตอนอาบน้ำอุ่น โดยคุณอาจลองสังเกตดูว่าหลังจากอาบน้ำอุ่นนั้นผิวของคุณจะแห้งกว่าการอาบด้วยน้ำเย็นเสมอ

เลือกแชมพูสำหรับเส้นผมที่ทำสีโดยเฉพาะ

แชมพูสำหรับผมที่ทำสีนั้นสามารถช่วยรักษาสีผมให้อยู่นานกว่าการใช้แชมพูทั่วไปแล้วยังมีส่วนประกอบที่ช่วยบำรุงเส้นผมที่ผ่านการทำสีมาแล้ว หากคุณเลือกใช้แชมพูทั่วไป ก็ควรหาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างอื่นมาเป็นตัวช่วยเสริม

ใช้ครีมนวดทุกครั้งหลังการสระผม

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบใช้ครีมนวดผม อาจทำให้คุณต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ เพราะหลังจากทำสีผมนั้นเส้นผมของคุณจะแห้งมากกว่าเส้นผมธรรมดา โดยการใช้ครีมนวดจะทำให้คุณหวีผมได้ง่ายขึ้นและพร้อมต่อการบำรุงในขั้นตอนต่อไป

ให้เซรั่มเป็นตัวช่วยเส้นผมของคุณในทุกวัน

หลายคนอาจไม่เคยใช้เซรั่มในการดูแลเส้นผมมาก่อนและไม่คิดจะใช้ แต่เซรั่มจะเป็นตัวช่วยบำรุงเส้นผมที่ผ่านการทำสีของคุณให้ได้รับสารอาหารและลดความแห้งกร้านไปได้เยอะเลยทีเดียว เซรั่มจึงเป็นไอเท็มสำคัญที่คนทำสีผมต้องมีวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหยิบใช้ได้เสมอ

ใช้ทรีทเมนท์ก่อนและหลังจากที่เส้นผมโดนความร้อนเสมอ

หากคุณไม่ได้เป็นคนชอบหนีบผม เป่าผมให้แห้ง ม้วนผมหรือดัดผม หลังการทำสีคุณไม่จำเป็นต้องใช้ทรีทเมนท์ แต่หากคุณต้องทำร้ายเส้นผมด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งด้วยความร้อนแล้วล่ะก็ อย่าลืมใช้ทรีทเมนท์เพื่อปกป้องเส้นผมของคุณเอาไว้ก่อนเสมอ

การดูแลเส้นผมหลังการทำสีนั้นไม่ยากเลย แต่ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพและให้เวลาในการดูแลเส้นผมมากกว่าคนที่ไม่ทำสีผม อีกทั้งยังต้องดูแลเป็นประจำ แล้วคุณล่ะ ดูแลเส้นผมที่ทำสีของคุณได้ดีพอแล้วหรือยัง?

วิธีดูแลเส้นผมตัวเอง



ซื้อของอย่างไรจึงจะประหยัดคุ้มค่า

ซื้อของอย่างไรจึงจะประหยัดคุ้มค่า

การซื้อของกินของใช้ถือว่าเป็นรายจ่ายในชีวิตประจำวันซึ่งทุกคนควรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และจะต้องหาเทคนิคที่จะช่วยในการรัดเข็มขัดในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ที่ต้องประหยัดและใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่ามากที่สุด เรามาดูกันว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินแนะนำให้คุณซื้อสิ่งของต่าง ๆ เข้าบ้านด้วยเทคนิคอะไรบ้าง

เทคนิคการซื้อของให้ประหยัด

1. สั่งซื้อของทางออนไลน์

ปัจจุบันมีตัวช่วยในมือถือมากมายในการเปรียบเทียบราคาระหว่างห้างสรรพสินค้าและเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้คุณสามารถเลือกร้านที่มีโปรโมชั่นที่ดีที่สุดในแต่ละเดือน ซึ่งจะได้ประโยชน์ด้านอื่นด้วย คือ ประหยัดเวลาและค่าน้ำมันในการเดินทาง โดยรวมแล้วจึงเท่ากับได้ซื้อของในราคาที่ถูกและสะดวกขึ้นด้วย

2. ซื้อมาใช้ ไม่ใช่ซื้อแล้วเก็บ

การที่คนจำนวนมากนิยมซื้อของตามโปรโมชั่น เช่น ซื้อ 2 แถม 1 ซื้อชิ้นที่สองในราคาพิเศษลด 50% จะทำให้คุณมีของเหลือเก็บที่บ้านมากเกินจำเป็น ซึ่งสิ่งของหลายอย่างมีวันหมดอายุ 1-2 ปี หากคุณเก็บไว้นานเกินไป ก็จะทำให้คุณภาพลดลงด้วย และยังทำให้คุณเสียโอกาสในการนำเงินไปซื้อของที่จำเป็นต้องใช้เร่งด่วนมากกว่า

3. การใช้บัตรเครดิตซื้อของ

ถ้าใช้บัตรเครดิตซื้อของ ที่มีการสะสมแต้มและได้เงินคืนกลับมาตามกติกาของแต่ละบริษัทบัตรเครดิต แตกต่างจากการใช้จ่ายเงินสด หรือใช้บัตรเดบิตที่เป็นการใช้เงินในบัญชีธนาคารตัวเอง ที่ต้องใช้จ่ายภายในจำนวนเงินที่คุณมีอยู่จริงเท่านั้น กรณีที่คุณจะไม่ได้รับเงินคืนจากโปรโมชั่นใด ๆ และยังไม่สามารถที่จะผ่อนแบบ 0% 10 เดือนได้ การใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัย จะทำให้คุณได้มีเงินสดสำรองเอาไว้กับตัวได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องแยกเงินเอาไว้จ่ายคืนในเวลาที่บริษัทบัตรเครดิตกำหนด เพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ยเมื่อชำระเกินเวลาด้วย

4. ซื้อของแบบหาร 2 กับเพื่อน

หากคุณต้องการที่จะประหยัดโดยการซื้อสิ่งของครั้งละโหล ๆ เช่น ร้านค้าขายส่ง ที่จะได้ของดีในราคาถูกมาก แต่อาจทำให้ได้แบบเดียวกันมากเกินไป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ฯลฯ คุณสามารถเลือกวิธีหารกันกับเพื่อนสนิทหรือคนในที่ทำงาน ว่าเมื่อซื้อมาแล้วจะเฉลี่ยของกัน จะได้ทั้งความประหยัดและยังเป็นของที่ถูกใจหลากหลายชนิดด้วย การวางแผนกับเพื่อนก่อนที่จะซื้อของ จึงเป็นช่องทางที่ทำให้คุณใช้จ่ายเงินได้คุ้มค่ากว่าเดิม

จะเห็นได้ว่าการใช้จ่ายเงินซื้อของอย่างมีเทคนิคที่ดี จะช่วยให้ได้รับทั้งความสะดวกและสิ่งของที่ถูกใจในราคาที่ประหยัดคุ้มค่า เราหวังว่าเทคนิคที่กล่าวมาจะเป็นประโยชน์สำหรับการซื้อสิ่งของเครื่องใช้เข้าสู่ครอบครัวของคุณในครั้งต่อไปได้ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการซื้อของให้ประหยัด



ประโยชน์ดี ๆ จากการดื่มน้ำชา

ประโยชน์จากการดื่มน้ำชาเป็นประจำ มีอะไรบ้าง

การดื่มน้ำชาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมโบราณที่นิยมมานานหลายร้อยปีทั้งในประเทศทางยุโรปและเอเชีย เช่น จีนและญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีการดื่มชาทั้งแบบร้อนและเย็น มีการดัดแปลงสูตรให้ดื่มง่ายและรสชาติหอมอร่อยมากมาย

ประโยชน์จากการดื่มน้ำชาเป็นประจำ มีอะไรบ้าง

1. ทำให้หัวใจแข็งแรง

การที่หัวใจทำงานดีขึ้นได้จากการดื่มน้ำชาวันละ 3 แก้ว เป็นผลการวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งแนะนำว่าต้องเลือกเป็นชาเพื่อสุขภาพ ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและครีมเทียม หากดื่มเป็นชาร้อน อย่าง ชาคาโมมายล์ ชากุหลาบ ชาขิง จะยิ่งทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น หัวใจจึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นและยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ทำให้ลดอาการตึงเครียดปวดศีรษะได้ด้วย

2. ดีต่อระบบลำไส้

หลายคนที่ดื่มกาแฟแล้วทำให้ท้องผูก แนะนำให้ลองดื่มชาร้อน ๆ แทน โดยเฉพาะชาสูตรสมุนไพรที่มีขิงผสม หรือชาจีนจะช่วยในการขับลมและยังมีฤทธิ์ชำระล้างสารพิษในระบบทางเดินอาหาร ทั้งยังมีสารโพลีฟีนอลที่กำจัดแบคทีเรียชนิดร้ายในลำไส้ได้อีกด้วย ยืนยันได้จากการวิจัยต่างประเทศที่พบว่าการดื่มชาเป็นประจำลดปัญหาโรคลำไส้แปรปรวนได้เป็นอย่างดี

3. ลดความเครียด

ในใบชามีสารหลายชนิดที่ช่วยในการกระตุ้นสมอง เช่น คาเฟอีน และยังมีสารกลุ่มโพลีฟีนอล โพแทสเซียม วิตามินบี ฯลฯ ที่เมื่อรวมกันแล้ว ส่งเสริมการทำงานของสมอง ทำให้ลดภาวะปวดหัวไมเกรนที่มักมากับความเครียดที่เกิดกับคนวัยเรียนและวัยทำงานได้ด้วย หากคุณเป็นคนที่เครียดและปวดศีรษะง่าย แนะนำให้ทดลองดื่มชาสูตรหวานน้อยเป็นประจำ แล้วลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงดู

4. ช่วยปรับการเผาผลาญ

ในใบชามีสารจากธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญไขมันชนิดร้าย คือ คลอเรสเตอรอลในระบบหลอดเลือด และไขมันที่เป็นอันตรายจากการสะสมที่ตับ ทำให้สลายออกไปทางน้ำดีและถ่ายเป็นอุจจาระได้ ทำให้มีหลายแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยนำชาเป็นส่วนผสม เพื่อการลดไขมันส่วนเกิน ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงานอย่างมาก

5. ช่วยต้านความชรา

ในยอดอ่อนใบชา มีสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยในการปกป้องเซลล์ร่างกายจากสิ่งแวดล้อม สารเคมี สารพิษ ฯลฯ จึงมีการนำมาเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิวพรรณด้วย การดื่มชาร้อน โดยเฉพาะที่ได้จากส่วนยอดอ่อน จึงเป็นตัวช่วยปกป้องผิวไม่ให้ดูแก่ก่อนวัยได้

เราหวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้เห็นประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ควรเลือกสูตรที่หวานน้อย และทำจากธรรมชาติแท้ เพื่อให้ดีต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย

ประโยชน์ดี ๆ จากการดื่มน้ำชา



เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน สำคัญต้องรีบรู้

กรรมพันธุ์จาก โรคเบาหวาน

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกเตือนให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ซึ่งพบในคนอายุน้อยลงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงรวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคนี้มาฝาก เพื่อให้ทุกท่านได้ดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมมากขึ้น ดังนี้

กรรมพันธุ์จาก โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานไม่ใช่โรคติดเชื้อ แต่มีโอกาสส่งผ่านทางกรรมพันธุ์ เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินหรือสร้างได้ในปริมาณที่น้อยเกินไป ทำให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง หากปล่อยไว้จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรง เช่น หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาอักเสบทำให้ตาบอด เส้นประสาทที่ปลายนิ้วมือปลายเท้ามีอาการชาและไม่รับความรู้สึก รวมถึงเส้นเลือดที่ไปไตมีการสูญเสียการทำงานทำให้ไตวายได้

ในเบื้องต้น คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการกระหายน้ำบ่อยผิดสังเกต ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ 2-3 ครั้ง เริ่มชาปลายนิ้วมือและเท้า มีอาการหน้ามืดเวียนหัวอ่อนเพลียอย่างไม่รู้สาเหตุ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขจึงแนะนำว่าผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นเบาหวานและคนทั่วไป ควรเลือดหาระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร หรือตรวจหาค่าน้ำตาลสะสมที่เกาะเม็ดเลือด ที่เรียกว่า Hemoglobin a1c เป็นระยะจะทำให้คัดกรองพบภาวะเบาหวานได้เร็วขึ้น

ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่าระดับน้ำตาลสูงมากกว่า 125 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 ซีซี หรือค่า Hemoglobin a1c มากกว่า 8% ก็จะแสดงว่าเป็นเบาหวาน ซึ่งต้องปรับพฤติกรรมและอาจต้องใช้ยาร่วมด้วย

การปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ต้องงดการดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานสูง เช่น ชานมไข่มุก เครื่องดื่มกาแฟโกโก้ที่ใส่ครีมเทียมและน้ำตาลปริมาณมาก น้ำอัดลม รวมถึง ขนมหวานและผลไม้รสหวานจัด ที่ต้องควบคุมปริมาณให้น้อยลง เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และควบคุมภาวะเบาหวานได้ยาก

ด้านการ ออกกำลังกาย ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะทุกส่วนทำงานได้อย่างสมดุลดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบในคนเป็นเบาหวานในช่วงวัยกลางคนขึ้นไปด้วย

การดูแลความสะอาดของผิวหนังโดยเฉพาะที่เท้า ซอกนิ้ว เล็บ และฝ่าเท้าก็สำคัญ ต้องหมั่นตรวจดูว่ามีบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะคนที่เป็นเบาหวานจะสูญเสียความรู้สึกรับรู้ไป คนเป็นเบาหวานแม้มีการติดเชื้อเพียงเล็กน้อย เช่น เข็มตำ มีดบาด ฯลฯ ก็สามารถติดเชื้อแบคทีเรียลุกลามรุนแรงทำให้ต้องตัดอวัยวะได้

จะเห็นได้ว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเบาหวานเป็นสิ่งสำคัญ ต้องศึกษาวิธีการสังเกตตัวเองและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมเป็นประจำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และยังทำให้ปลอดจากโรคเรื้อรังอื่นๆได้ด้วย

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน สำคัญต้องรีบรู้



อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจอะไรบ้าง 2019

อยากทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

การทำธุรกิจออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนส่วนใหญ่จะติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายกันได้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก จึงไม่ใช่ทุกคนที่ขายของบนเว็บไซต์จะได้รับความนิยมจากลูกค้า

หากอยากทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ จึงต้องใส่ใจองค์ประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่ Yahoo, Bing และ Google ซึ่งเป็น Search Engine ชั้นนำของโลก กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้น เพื่อจัดอันดับของเว็บไซต์ในหน้าแสดงผล หากอยากให้เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของคุณนำเสนอในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีการศึกษาว่าจะได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากกว่าอันดับล่าง ๆ ก็จำเป็นต้องพัฒนาทำ SEO ให้เว็บไซต์อยู่เสมอ

2. การโปรโมทสินค้าด้วย SEM

การส่งเสริมการขาย เช่น โฆษณาด้วย SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการซื้อพื้นที่โฆษณา โดยเสียค่าใช้จ่ายแบบ Pay Per Click หรือ PPC ให้กับ Search Engine ตามจำนวนครั้งการคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคสำคัญในการโปรโมทสินค้าแบรนด์ใหม่ รุ่นใหม่ รวมถึงกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ ได้เป็นอย่างดี ถ้าต้องการเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องทำ SEM ให้เว็บไซต์ตามจังหวะที่เหมาะสมด้วย

3. การเป็นสปอนเซอร์ให้กับ YouTuber

การเป็นสปอนเซอร์ เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจาก YouTuber เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการนำเสนอสินค้าที่มีแฟนคลับใน YouTube ช่องนั้น ๆ คอยติดตาม และทำให้เกิดการขยายแบรนด์ไปถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นได้ นับว่าเป็นอีกช่องทางการตลาดที่เสริมให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

4. การเลือก Hosting ที่ดี

Hosting ที่ดี จะช่วยให้การบริหารเว็บไซต์ออนไลน์ราบรื่น ทำให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก เนื่องจากมีทีมงานที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ช่วยดูแล Server พื้นที่จัดเก็บข้อมูล การดาวน์โหลดข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ฯลฯ ตลอด 24 ชั่วโมง นักธุรกิจออนไลน์ จึงต้องเลือก Hosting ที่ไว้ใจได้และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

5. การเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้า

คนรุ่นใหม่นิยมใช้เวลาใน Facebook หรือ Instagram ร้านค้าออนไลน์จึงควรเปิดเพจใน Platform ดังกล่าว เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยควรมีแอดมินเพจที่พร้อมตอบคำถามและประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ได้รับความสนใจและทำให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จต้องใส่ใจหลายองค์ประกอบนอกจากคุณภาพของสินค้า อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ การประชาสัมพันธ์ SEM การเปิดเพจในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ตลอดจนการเลือก Hosting ที่ดี จึงจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมาก

การเลือก Hosting ที่ดี



ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ไม่อยากเป็นคนคิดมากขี้กังวลต้องอ่าน

ในปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน มีภาวะวิตกกังวล คิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ง่าย

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหานี้ มาฝากกันดังนี้

1. การฝึกสมาธิและสติ

การฝึกสมาธิและสติจะช่วยให้รู้ทันความคิดของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีต หรือคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตมากเกินไป การมีสติให้อยู่กับตัวเอง รู้ถึงปัจจุบันขณะ จะทำให้ลดความคิดวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ได้มาก ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

2. การเขียนสิ่งที่คิดเป็นตัวอักษร

เป็นเทคนิคที่ช่วยในการระบายความเครียด ความกดดัน หรือทำให้คุณหลุดพ้นจากวังวนความคิดต่าง ๆ ที่มักจะทำให้คุณรู้สึกกลุ้มใจและวิตกกังวลซ้ำ ๆ การเขียนทุกครั้ง จะเท่ากับให้คุณได้ปลดปล่อยตัวเอง แล้วก็ได้ทบทวนกับตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น นักเขียนหลายคนมาจากการเขียนระบายความคิดต่าง ๆ ลงกระดาษ แล้วต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้ด้วย

3. การมีช่วงเวลาพักผ่อนสมอง

ตัวอย่างที่สำคัญ คือ การหางานอดิเรกทำ เช่น เล่นเกม อ่านหนังสือนิยาย หรือ การไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ตีแบดมินตัน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งในสวนสาธารณะ จะทำให้สมองได้ว่างมากขึ้น คุณจะรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้หยุดคิดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ได้ ที่สำคัญ ในระหว่างการพัก ระบบฮอร์โมนและสารเคมีในสมองก็จะทำการปรับเปลี่ยนสมดุลได้ดียิ่งขึ้นด้วย

4. การให้กำลังใจตัวเอง

หลายคนที่คิดวิตกกังวลหรือคิดมาก เพราะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวว่าหากตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะถูกคนอื่นตำหนิ หรือสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งที่จริงแล้วการผิดพลาดคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ชีวิตที่ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลความผิดพลาดมากเกินไปจนไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า

5. อ่านประวัติผู้ที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อลองอ่านประวัตินักธุรกิจหรือคนที่สำเร็จในสายอาชีพ จะพบว่าเขาเหล่านั้นล้วนผ่านการคิดและตัดสินใจมานับครั้งไม่ถ้วนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งถูกและผิด แต่การมุ่งมั่นทำสิ่งที่รักและมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เป็นสิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปและสำเร็จได้ในที่สุด จะทำให้คุณมีความกล้าคิดตัดสินใจมากขึ้น และลดความคิดวิตกกังวลได้

หวังว่าเทคนิคการจัดการกับอาการคิดมากที่นำเสนอไปข้างต้นนี้ จะช่วยให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เพียงปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพิ่มการออกกำลังกาย พบปะผู้คนให้มากขึ้น จะทำให้คุณลดอาการคิดมากได้เร็วขึ้น

เทคนิคที่น่าสนใจในการลดปัญหา



โรคในหูสุนัข ที่คนเลี้ยงต้องระวัง

โรคในหูสุนัข ที่คนเลี้ยงต้องระวัง

สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่กับกันคนเรามายาวนาน ซึ่งแม้จะเลี้ยงง่ายและดูแลไม่ยุ่งยาก แต่ก็มีโรคที่สามารถเกิดได้บ่อย เช่น การติดเชื้อในหู ซึ่งพบได้ในสุนัขที่มีขนยาวหรือขาดการดูแลความสะอาดที่เพียงพอ ต่างจากแมวที่ไม่ค่อยเป็นโรคในช่องหู ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจจากสัตวแพทย์มาฝากกัน ดังนี้

สาเหตุของโรคติดเชื้อในหูสุนัข

มักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หมักหมมในหูชั้นนอก การติดเชื้อยีสต์เนื่องจากความอับชื้นภายในช่องหู กรณีที่มีน้ำเข้าหูแล้วขังอยู่ภายใน รวมถึงการติดเชื้อไรของสุนัข ที่ลูกสุนัขอาจได้รับจากพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กได้

โรคติดเชื้อในหูอันตรายหรือไม่

สุนัขที่มีการติดเชื้อจะมีอาการคัน ซึ่งจะแสดงออกโดยการใช้มือหรือเท้าเขี่ย ที่เราเห็นว่าเป็นการเกาหู บ่อยมากกว่าวันละ 10 ครั้ง หากมีอาการคันมาก ก็อาจถูใบหูกับกระถางต้นไม้ พื้น สนาม หรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ หากเปิดใบหูขึ้น (บางพันธุ์สุนัขมีใบหูใหญ่และยาว) จะมีกลิ่นตุ ๆ แบบเหม็นเน่าออกมา

พร้อมกันนั้น ก็มักมีเนื้อเยื่อที่บวมนูนแดงขึ้น และอาจมีสีแดงที่เกิดจากเส้นเลือดในหูแตกจากการที่สุนัขเกาบ่อย ๆ ด้วย เจ้าของต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ให้ทำการตรวจโดยละเอียด ก่อนที่จะมีการติดเชื้อลุกลามไปถึงหูชั้นกลางและชั้นใน จนทำให้สุนัขมีปัญหาในด้านการทรงตัวได้

การป้องกันโรคติดเชื้อในหูสุนัข

ในระหว่างการอาบน้ำสุนัข ควรระมัดระวังน้ำเข้าในรูหู และควรใช้สำลีแผ่นเช็ดภายในใบหูให้สะอาดทุกครั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้สุนัขติดไรหรือเห็บหมัดที่ทำให้มีการติดเชื้อในช่องหูได้

การรักษาโรคติดเชื้อในหูสุนัข

สัตวแพทย์จะทำการตรวจให้ละเอียดว่ามีการติดเชื้อที่ส่วนใด และจะต้องทำความสะอาดให้หมดจด ก่อนการหยอดยาที่หูสุนัข และอาจต้องใช้ยาละลายขี้หู กรณีที่มีขี้หูตันมากอยู่ด้านในด้วย ซึ่งกรณีที่สัตวแพทย์ให้ใช้ยาละลายขี้หู เจ้าของต้องทำการหยอดและนวดคลึงที่ฐานใบหูก่อน เพื่อให้ยาทำปฏิกิริยา ก่อนจะใช้สำลีพันไม้แหย่ลงในรูหูเพื่อทำความสะอาด ทั้งนี้ต้องใช้เทคนิคเหมือนการตักขี้หูออก (ไม่ใช่การหมุนปั่น)

อย่างไรก็ตาม สุนัขมีสรีระในช่องหูเป็นทางยาวรูปตัวแอล การแหย่สำลีพันไม้ลงไปทำความสะอาดแนวตรงจึงไม่เกิดอันตรายต่อหูส่วนกลางและในอย่างแน่นอน

หวังว่าบทความนี้ จะให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ที่ทำให้ผู้เลี้ยงสุนัขทุกท่านใส่ใจสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและดูแลได้อย่างดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

สาเหตุของโรคติดเชื้อในหูสุนัข



เทคนิคประหยัดไฟฟ้าในบ้าน ไม่อยากเสียเงินเยอะต้องอ่าน

เทคนิคประหยัดไฟฟ้าในบ้าน ไม่อยากเสียเงินเยอะต้องอ่าน

ไฟฟ้าก็เหมือนกับเวลาตรงที่ไม่หวนคืนกลับ ใช้ไปแล้วก็ต้องรอวันชำระเงินให้กับการไฟฟ้าในแต่ละเดือน แล้วทราบกันไหมว่า ค่าพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สามารถประหยัดลงได้แบบไม่น่าเชื่อ โดยไม่ต้องพึ่งพากล่องอุปกรณ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยลดค่าไฟลงได้ ขอเพียงมีความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ประหยัดไฟฟ้าลงได้อย่างมาก นอกจากจะทำให้เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดภาระให้กับประเทศชาติในการสร้างพลังงานมาให้คนในประเทศใช้กันด้วย โดยขอแนะนำเทคนิคที่นำไปใช้ได้ทันทีดังนี้

ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าต้องการลดค่าไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อให้มีวิธีทำที่เป็นแบบแผนและมีกรอบในการลงมือทำ ซึ่งจะทำให้แผนการลดค่าไฟฟ้า สำเร็จได้ในที่สุด

จดบันทึกเลขมิเตอร์ เพื่อให้การลงมือทำมีตัววัดว่าได้ผลหรือไม่ ในแต่ละวันให้จดเลขมิเตอร์เพื่อหักลบดูจำนวนยูนิตที่ใช้ไป ซึ่งจะมีประโยชน์ สร้างความสนุกในการติดตามว่าวันต่อไปจะมีจำนวนยูนิตเท่าใด และถ้าวันไหนมียูนิตมากผิดปกติ จะได้หาสาเหตุได้ทัน เช่น มีไฟรั่ว หรือ มีพฤติกรรมใช้ไฟฟ้าใดต้องปรับปรุง

ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ใบพัดลมที่มีฝุ่นเกาะหนา ควรทำความสะอาด 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง ถ้าเห็นว่าฝุ่นมากก็ทำความสะอาดบ่อยขึ้น จะทำให้เปิดพัดลมเบอร์ต่ำลงแต่ได้ความเย็นกำลังดี รวมทั้งแผงกรองฝุ่นแอร์ด้วย เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ปิดปั๊มน้ำ ถ้าไม่จำเป็น ตลอดวันถ้ามีกิจกรรมอยู่ชั้นล่างของบ้านเป็นส่วนใหญ่ น้ำประปาจะแรงพอสมควรอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ปั๊มทำงานทุกครั้งที่ใช้น้ำ

การใช้แอร์ จะมีผลกับค่าไฟฟ้ามากที่สุด ให้หลีกเลี่ยงเปิดแอร์ขณะที่ห้องยังร้อนอยู่ โดยเฉพาะห้องชั้นที่อยู่ใต้หลังคา หรือห้องที่มีผนังติดด้านทิศตะวันตก ควรใช้อุณหภูมิที่ 25-26 องศา ส่วนตอนเข้านอน ควรตั้งเวลาให้ทำงาน 1-2 ชั่วโมงแล้วให้เครื่องปิดเอง โดยเปิดพัดลมเบา ๆ แทน เพราะช่วงกลางคืนจะมีอากาศเย็นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

การใช้เตารีด ควรใช้ให้น้อยที่สุด เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องรีดก็ใส่ได้ ส่วนที่ต้องรีดให้รวมกันรีดผ้าพร้อมกันหลาย ๆ ตัว จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า

ตู้เย็น สำรวจและนำของที่ไม่จำเป็นออก เพราะเป็นภาระของตู้เย็น ไม่ควรเปิด-ปิดหลาย ๆ ครั้ง ให้วางแผนการใช้ว่าจะหยิบอะไรเข้าออก เพื่อเปิด-ปิดให้น้อยครั้งที่สุด

การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ปิดเมื่อไม่ได้ใช้ เช่น ไฟฟ้าแสงสว่างบางจุดที่ไม่จำเป็น ทีวีที่เปิดไว้แต่ไม่มีใครดู หากใช้เสร็จ หลังจากปิดแล้วให้ดึงปลั๊กออกด้วย เพื่อยืดอายุเครื่องใช้ไฟฟ้า

การใช้ไฟฟ้าก็เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายตามปริมาณที่ใช้งาน ดังนั้น ทุกครั้งก่อนจะเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้พิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ เปิดเมื่อใช้ ปิดเมื่อเลิกใช้ แล้วรอดูผลใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าที่ลดลงตามลำดับในแต่ละเดือน ซึ่งจะทำให้มีกำลังใจในการลดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

การใช้แอร์ จะมีผลกับค่าไฟฟ้ามากที่สุด



ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

ข้อควรรู้ทำไมเราต้องมีพินัยกรรม

การทำพินัยกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากและซับซ้อนอย่างที่คิด สำหรับทางกฎหมายหรือทนายนั้นมีการสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการแสดงเจตจำนงในการทำพินัยกรรมสามารถทำได้เลย เนื่องจากการที่ไม่ยอมลงมือทำหรือสื่อสารออกมาก็ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจะนำมาซึ่งความยุ่งยากภายหลังอีกหลายประการได้

การทำพินัยกรรมคือ

คำสั่งสุดท้ายซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ทำพินัยกรรมเพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายโดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 1646 – 1648)

การทำพินัยกรรมคือการที่ผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาทหรือผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามกฎหมาย การทำพินัยกรรมนั้นเป็นการวางแผนเพื่ออนาคตของทั้งผู้ทำและผู้รับเป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำไว้เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง การทำพินัยกรรมสามารถทำได้โดยง่ายเพียงปรึกษาทนายความที่สามารถให้คำปรึกษาแล้วสามารถทำได้เลย

กรณีที่เจ้าของมรดกไม่ได้ทำพินัยกรรม ทายาทที่มีสิทธิ์ได้รับมีลำดับดังนี้

1.ลูก หลาน เหลน โหลน ลื้อ
2.บิดามารดา
3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4.พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน
5.ปู่ย่าตายาย
6.ลุงป้าน้าอา

พินัยกรรมมี 5 ประเภทดังนี้

1.พินัยกรรมแบบธรรมดา

พินัยกรรมประเภทนี้จะต้องมีวัน เดือน ปีในขณะที่ทำด้วยได้ ในรูปแบบนี้ผู้ทำไม่ต้องทำเอง สามารถสั่งให้ผู้อื่นทำ รูปแบบนี้จะมีลักษณะเป็นรูปเล่ม มีพยานอย่างน้อย 2 คน อยู่พร้อมกันขณะนั้น พยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง หากมีการลบหรือการขูดไว้ทุกแห่งที่มีร่องรอยการแก้ไข

2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

พินัยกรรมประเภทนี้ผู้ทำจะทำการเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ รายละเอียดจะต้องมีวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม มีการลงรายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมโดยไม่ต้องมีพยาน หากมีการแก้ไข ผู้ทำจะต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ในจุดที่แก้ไขทุกแห่ง

3.พินัยกรรมทำเป็นเอกสารเมือง

พินัยกรรมประเภทนี้จะทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรืออำเภอเป็นผู้ดำเนินการ มีผู้ทำพินัยกรรมและมีพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ โดยทำการเก็บไว้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอนั้น ๆ

4.พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

พินัยกรรมฉบับนี้ผู้ทำสามารถทำเป็นหนังสือ เขียนหรือพิมพ์เองได้ หรืออาจจะให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้ โดยมีการลงลายมือชื่อในพินัยกรรม มีการปิดผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อตามรอยผนึกนั้นด้วย จากนั้นจะนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นายอำเภอและมีพยานในที่นั้น 2 คน นายอำเภอจะทำการประทับตรา พยานและนายอำเภอจะทำการลงลายมือชื่อพร้อมกัน ถือว่าสมบูรณ์

5.พินัยกรรมทำด้วยวาจา

ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องมีกรณีที่เป็นพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้ตามรูปแบบการทำพินัยกรรมถือเป็นกรณีฉุกเฉิน อย่างเช่นกรณีที่มีความเจ็บป่วยอาการสาหัส เกิดภาวะสงคราม เจ็บป่วยใกล้ตายเท่านั้นกรณีนี้จะอาศัยพยานในการทำพินัยกรรม 2 คน

การทำพินัยกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ ต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเวลาที่สามารถทำได้ เพราะหากมีการเตรียมการไว้จะได้ไม่เสียใจในภายหลังสำหรับผู้ที่ยังอยู่จะได้ง่ายต่อการจัดการดูแลต่อไป ดีกว่าที่จะเป็นเพียงความตั้งใจที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรจนอาจก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ในภายหลัง

การทำพินัยกรรมเพื่อมอบมรดกทรัพย์สินที่มีให้กับทายาท



เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

ความสวย ความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร ยุคปัจจุบันนี้เราจึงเห็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากมายในท้องตลาด มีทั้งตั้งแต่ราคาแพงไปจนถึงราคาย่อมเยา ตามความสะดวกของผู้ที่ต้องการ

วันนี้นอกเหนือจากที่มีผลิตภัณฑ์บำรุงในท้องตลาดต่าง ๆ แล้ว เราก็ยังสามารถดูแลผิวพรรณ ผิวหน้าของเราได้ด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่าย ๆ ทำได้แบบไม่ยุ่งยากมาฝากกันกับ 4 เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยสดใสด้วยวิธีธรรมชาติ

ล้างหน้าให้สะอาด

ในวันหนึ่ง ๆ เราต้องออกจากบ้านไปเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ยังไม่รวมถึงสารพัดครีม สารพัดเครื่องสำอางที่เราประโคมผิวลงไปทุก ๆ เช้า ดังนั้นแล้ว ก่อนนอนในทุกวันเราควรต้องทำความสะอาดให้ดีด้วยวิธีถูกต้อง เพื่อที่ผิวของเราจะได้รับออกซิเจนเข้าไปในการซ่อมแซมผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวของเราได้อย่างเพียงพอ

ทานอาหารที่มีประโยชน์

นอกเหนือจากการล้างหน้าให้สะอาดดีแล้ว การรับประทานอาหารก็ถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่าการทานอาหารไม่สำคัญในเรื่องของผิวพรรณ แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้ว การทานอาหารนี่เองที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดและส่งผลต่อผิวพรรณโดยตรงรวมถึงใบหน้า อาทิเช่น ก่อนนอนเราไม่ควรทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมันเพราะไม่ได้เผาผลาญแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความมันหรือทำให้เกิดสิวบนใบหน้าได้ง่ายอีกด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ตามธรรมชาติของมนุษย์ เราควรนอนพักให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะในช่วงเวลาที่เรานอนหลับนั้น จะทำให้ผิวได้พักผ่อนและเกิดกระบวนการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ทั้งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียแล้วและการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย

บำรุงผิวหน้าด้วยธรรมชาติ

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากมาย และคงจะดีกว่าหากเราสามารถนำวัตถุดิบใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ง่าย ๆ และมีสรรพคุณในการบำรุงที่ดี มาฝากกัน

– แตงกวา ฝานบาง ๆ ตามยาว นำไปแช่เย็น แล้วนำมาแปะไว้ที่ใบหน้า ทิ้งไว้ 10-20นาที ก่อนนอน จะช่วยให้ใบหน้าเราชุ่มชื่น เพิ่มวิตามินให้ผิวหน้าสดใส อิ่มน้ำ และอมชมพู

– โยเกิร์ต นำโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ นำมาพอกหน้าก่อนนอน จะช่วยให้ผิวที่หยาบกร้านกลับมานุ่มชุ่มชื่น สุขภาพดี

– มะนาว นำน้ำมะนาวผสมกับดินสอพอง แล้วพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง น้ำมะนาวจะช่วยในการดูดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยรักษาจุดด่างดำ และกระชับรูขุมขนให้กระชับมากยิ่งขึ้น

– น้ำมันมะพร้าว การทาหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำ ผิวเรียบเนียนใส ดูสุขภาพดี ซึ่งเป็นสูตรที่มีมาตั้งแต่โบราณกันเลยทีเดียว

เพียงเคล็ดลับง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้แบบไม่ยุ่งยาก เพียงเท่านี้เราก็มีสุขภาพที่ดี ใบหน้าที่สดใสสวยงามและมีผิวพรรณดีได้แล้ว เมื่อเราสุขภาพกายดี สุขภาพใจเราก็จะดีตามไปด้วย ก็จะส่งผลให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดี ใช้ชีวิตในทุกวันได้อย่างมีความสุข

ความสวย ความงามเป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร




top